599

ตอนที่ 599 สังหารหมู่ทั่วเมืองบรรพชน

ข่าวนี้ได้สร้างความตื่นเต้นให้แก่เผ่าเงาหิมะที่อยู่ในชายแดนใต้เช่นกัน

หลังจากได้ยินข่าว หัวใจของฉิวหรงว่านเสวี่ยเต้นด้วยความเร็ว นางรู้ตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะนางไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำลากับหลี่ฉีเย่ นางยืนอยู่ในตำแหน่งสูงสุดในดินแดนบรรพชนของนางและมองไปยังเมืองบรรพชนที่ห่างไกล แม้ว่านางจะไม่สามารถชมการต่อสู้ได้ แต่นางก้นำสองมือมากุมมือกันและสวดภาวนาให้นายน้อยของนางมีชัยชนะกลับมา

ต่อหน้าสายตาจำนวนมาก หลี่ฉีเย่มายืนด้านนอกของเมืองบรรพชน

เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่โดดเด่นที่สุดของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ มันไม่เคยมีจักรพรรดิอมตะปรากฏ แต่ชือเสียงของอาณาจักรบรรพชนนั้นมีอำนาจอย่างมาก หลายล้านปีที่ผ่านมามีจักรพรรดิอมตะหลายคนมาเยือนในฐานะแขก

เมืองใหญ่นี้มีผู้เชียวชาญนับหมื่นรออยู่ พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นศิษย์ที่สาบานจะจงรักภักดีต่อเมืองบรรพชน

ถือได้ว่าตัวเมืองเป็นสถานที่ที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธ์ผีอย่างไม่ต้องสงสัย มนุษย์ไม่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาทำมันแปดเปื้อน ! มันตั้งตระหง่านด้วยบรรพยากาศที่กดดัน ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านนอกจะได้รับผลกระทบจากขนาดใหญ่โตของมัน นี้คือดินแดนแห่งเทพ ดินแดนที่ไม่ยอมให้ผู้ใดมาสบประมาท

ด้านในเมืองเต็มไปด้วยแสงที่ส่องประกาย ยอดเทพนั้นยืนอยู่ในวิหารสูงพร้อมกับผู้ใต้บัญชาทั้งแปดสิบเอ็ดรอบตัว พวกเขาปลดปล่อยกลิ่ายอายศักดิ์สิทธิ์ออกไปนับล้านไมล์ราวกับเทพในสวรรค์ แสงศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ทำให้ผู้คนอยากจะน้อมบูชา

ในเวลานี้ บรรพชนที่อยู่ในเมืองบรรพชนทุกคนล้วนตื่นขึ้นและเตรียมการป้องกัน ทั้งเมืองเต็มไปด้วยการตื่นตัว กำแพงของพวกเขาได้รับการเสริมให้แข็งแกร่งที่สุดในโลก แม้ว่าโลกจะพังทลายลง เมืองก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

ประตูศักดิ์สิทธิ์ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าของเมือง มันเป็นเส้นทางไปสู่อาณาจักรบรรพชน ! ประตูนี้ถูกปิดและแม้แต่เทพก็ยังไม่สามารถเปิดมันได้

ใช่นี้เป็นเส้นทางเดียวที่เชื่อมต่อกับอาณาจักรบรรพชนในโลกนี้ ตำนานกล่าวว่าประตูนี้จะเปิดทุกๆหนึ่งร้อยปี แต่ผู้ที่อยู่ด้านในสามารถเปิดประตูลงมาได้ทุกเมื่อ ทว่าผู้ที่ต้องการไปยังอาณาจักรบรรพชนนั้นเป็นไปไม่ได้แม้ว่าพวกเขาจะทำลายโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม

มีตำนานกล่าวว่าตอนที่จักรพรรดิอมตะเฟยหยางกวาดผ่านอาณาจักรบรรพชน เขาเป็นคนเดียวที่ทำลายประตูนี้ได้

ในเวลานี้ หลี่ฉีเย่ยืนอยู่ด้านนอกของเมืองขณะที่ผู้เชียวชาญภายในระวังตัวเต็มกำลัง ยอดเทพและผู้ใต้บัญชาทั้งแปดสิบเอ็ดถูกคุ้มกันโดยวิหารสูง มันปลูกฝังความกลัวให้กับทุกคนที่เห็น

สายตาของเชื้อสายนับไม่ถ้วนเฝ้ามองการต่อสู้ครั้งนี้ บางคนอธิษฐาน บางคนเงียบ บางคนสาปแช่ง...

ไม่ว่าพวกเขาตั้งใจอย่างไร พวกเขาล้วนแทบลืมหายใจในเวลานี้ อาจจะกล่าวได้ว่าโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในบรรยากาศเดียวกัน

ยอดเทพที่นั่งอยู่ในวิหารเอ่ยเสียงเย็นชา " สัตว์เดรัจฉานจากเผ่าพันธ์มนุษย์ เจ้าต้องการสงคราม ? "

ในฐานะหนึ่งในยอดเทพทั้งเก้าของอาณาจักรบรรพชน เขานั้นค่อนข้างน่ากลัว วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ที่ล้อมรอบร่างกายของเขาราวกับว่าทั้งโลกในอยู่ในมือเขา มีเสียงร้องของมังกรและฟินิกซ์ดังออกมาทำให้ผู้คนต้องคุกเข่า

คำพูดของเขาราวกับทองคำที่มีแรงกดดันทำให้ผู้คนแม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็ยังต้องยอมรับ

หลี่ฉีเย่มองอย่างใจเย็นไปยังเมืองบรรพชนที่มีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนสั่นสะท้านเมื่อถึงตอนนี้ผู้เชียวชาญและบรรพชนหลายคนเตรียมพร้อมการสู้รบ

หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างสบายๆกับยอดเทพ " หลายล้านปี อาณาจักรบรรพชนของพวเจ้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง กลุ่มของเทพจอมปลอม...พวกเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเทพที่แท้จริง ? ที่อาณาจักรของพวกเจ้ายังมีหน้าอยู่มาถึงวันนี้ได้ก็เพราะสิ่งที่อยู่ใต้พื้นดินนั้น พวกเจ้าไม่มีค่าอะไรเลย เพียงสามัญชนแต่กับเรียกตัวเองว่าเทพ !  "

" เจ้าโง่ หากเจ้ายังทำเรื่องนี้ต่อไป มันไม่ได้เป็นเพียงเจ้าทีจะได้รับผลกระทบ แต่เจ้าจะนำหายไปสู่เผ่าพันธ์มนุษญ์ของเจ้า " ยอดเทพตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หลี่ฉีเย่ไม่ได้มีความสนใจในการพูดอีกต่อไปก่อนจะเอ่ย " ข้าไม่มีเวลามาคุยกับสวะเช่นเจ้า หลังจากวันนี้เมืองบรรพชนและอาณาจักรบรรพชนจะหายไปตลอดกาล ! "

" เข้ามา ได้เวลาละเลงเลือดแล้ว ! " หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็นำสิ่งของอัญเชิญออกมา

เกิดแสงเปล่งประกายพร้อมกับชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลี่ฉีเย่ ภูติปีศาจจากสุสานใหญ่ -  ฉินกวงหว่า

" เมืองบรรพชน ! " ช่วงเวลาที่ฉินกวงหว่าปรากฏและเห็นเมือง สายตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าไม่สิ้นสุด เขาแค่นเสียงเย็นชา " เพียงกลุ่มข้ารับใช้ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นบรรพบุรุษของเผ่าพันธ์ผี ? "

หลี่ฉีเย่พยักหน้าและเอ่ย " เริ่มได้แล้ว ข้าจะทำลายประตูศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเจ้ากวาดทุกอย่างซะ "

" ด้วยความยินดี ! " ฉินกวงหว่าตอบสนองอย่างรวดเร็วและพุ่งไปยังเมืองบรรพชน

" ตูม ! " เขาปลดปล่อยกลิ่นอายอมตะ ด้วยการกระทืบพื้นเพียงก้าวเดียว วิหารและศาลาจำนวนมากในเมืองพังทลาย

" แกร๊ก แกร๊ก ! " รอยแตกภายในเมืองปรากฏมากขึ้น

เมืองนี้มีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ แต่ฉินกวงหว่าเป็นตัวตนเหมือนกับราชันเทพ เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งแกร่งเพราะจักรพรรดิอมตะไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้ เขาทะยานเข้าไปในเมืองและไม่มีใครสามารถหยุดได้ เพียงเขาก้าวเท้าการป้องกันของเมืองก็พังทลายลง

ในเวลานี้ เขาเป็นเทพที่แท้จริง เทพตัวจริงในโลก ไม่มีตัวตนใดสามารถเอาชนะเขาได้

ผู้เชียวชาญจำนวนมากพุ่งไปด้านหน้าพร้อมกับทักษะทรงประสิทธิภาพของพวกเขา ทว่าคนเหล่านี้เป็นเพียงมดเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินกวงหว่า

ฉินกวงหว่ากดมือข้างหนึ่งลงกับพื้น ทักษะจำนวนมากถูกทำลายพร้อมกับเศษเลือดที่กระจาย ผู้เชียวชาญจำนวนมากถูกแรงกดดันบดเป็นเศษเนื้อ

ฉากนี้ทำให้ทุกตัวตนในเชื้อสายจักรพรรดิล้วนสั่นสะเทือน ทุกคนในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นเงียบ

ตัวตนระดับยอดนิรันดร์ของอาณาจักรภูเขาอมตะมองไปยังฉินกวงหว่าที่ลงมือก่อนจะพึมพำ " หรือเขาคือราชันเทพในตำนาน ? หรือเขาจะเป็นเทพที่แท้จริง ? "

ภาพที่สะท้อนในกระจกสวรรค์ทำให้ทุกคนหวาดกลัว บางคนรู้ตัวตนของเขาก่อนจะเอ่ย " นั้นไม่ใช่ภูติปีศาจจากสุสานใหญ่ ? ทำไมเขาถึงได้ร่วมมือกับหลี่ฉีเย่ ? "

ภายในเมืองบรรพชน ผู้เชียวชาญหลายพันคนเสียชีวิตและเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง

" อย่าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ ! " บรรพชนจากเมืองบรรพชนคำราม บรรพชนหลายคนมาพร้อมกับอำนาจที่น่ากลัว พวกเขาเป็นบรรพชนที่แข็งแกร่ง เป็นเหล่าคนตายที่มีระดับผู้นำนิกายในตำนาน 

เมื่อพวกเขาพุ่งไปด้านหน้า กลิ่นอายของจักรพรรดิทำให้โลกสั่นสะเทือน เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีอาวุธจักรพรรดิ

" เคร้ง ! " ฉิงกวงหว่าตวัดดาบสามครั้งด้วยรัศมีที่เปล่ประกาย นี้ทำให้หัวของบรรพชนหลายคนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แม้บรรพที่มีอาวุธจักรพรรดิก็ไม่สามารถหนีความตายนี่ได้

ดาบเลือดเหล่านี้นั้นสวยงามอย่างมาก มันราวกับว่าเป็นของที่สร้างจากเลือดแห่งเทพ แต่ละดาบล้วนมีกลิ่นอายแห่งจิตวิญญษรแผ่ออกมา พกมันเป็นอาวุธที่ดุร้ายที่สุดในโลก อาวุธที่สามารถฆ่าเทพหรือตัวตนอมตะได้ !

หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะชื่นชมหลังจากเห็นดาบเลือดของฉินกวงหว่า " โลหิตทำลายสวรรค์ ! " เขาพึมพำ " พวกมันสมกับเป็นดาบของตัวตนอมตะจริงๆ "

ผู้คนนับไม่ถ้วนกลายเป็นโง่งมหลังจากเห้นฉากนี้ คนเหล่านั้นคือตัวตนระดับบรรพชนและถูกตัดหัวด้วยการลงมมือเพียงครั้งเดียว ไม่มีใครสามารถหยุดดาบเลือดนี้ได้ นี้ทำให้ทุกคนเข้าใจว่านั้นไม่ใช่ดาบเลือดธรรมดา

ตัวตนระดับยอดนิรันดร์ที่ถูกผนึกเป็นเวลานานหวาดกลัวขึ้นมาจากจิตใจ " เขาแน่นอนว่าเป็นราชันเทพ แต่ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินเรื่องของเขามาก่อนเลย ? "

" ได้เวลาเริ่มแล้ว " หลี่ฉีเย่ก้าวไปในเมืองบรรพชนด้วยกุญแจต้นกำเนิดบรรพชนผีในมือ เขาบิดมันและผีลอยออกมา

" วูบบบ ! " ขณะที่หลี่ฉีเย่เหวี่ยงกุญแจ ผีทั้งเก้าสิบเก้าตัวปรากฏออกมาและพวกมันหมุนวนรอบหลี่ฉีเย่

เกาะนับพันที่อยู่ทางดินแดนเมฆเหินห่างไกลจากเมืองบรรพชน แต่ในเวลานี้ทั้งเก้าสิบเก้าเกาะได้ส่งประกาย ชาวเกาะล้วนไม่ทราบว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

" ตูม ! " เมื่อเกาะทั้งเก้าสิบเกาะสั่นไหว พวกมันก็กลายเป็นปืนใหญ่สีดำขนาดมหึมา

" ตาย ! " หลี่ฉีเย่เดินเข้าไปในเมือง ผู้เชียวชาญหลายคนพุ่งเข้ามาหาเขา แต่เขาไม่แม้แต่จะกระพริบตา

ขณะที่ศัตรูของพวกเขาพุ่งเข้ามา หลุมดำปรากฏขึ้นด้านข้างหลี่ฉีเย่ก็พุ่งไปหาพวกเขา

" ตูม !  " ด้วยการระเบิดอันน่าสยดสยอง ปืนใหญ่จากเกาะนับพันถูกยิ่งออกมา ในเวลานี้หลุมดำได้เข้าไปใกล้ผู้เชียวชาญก่อนจะปลดปล่อยลำแสงสีดำ และอีกหลายลำแสงตามมาด้านหลัง

" ตูม ! ตูม ! ตูม ! " ผู้เชียวชาญที่เขามาทั้งหมดระเบิดเป็นฝนเลือด พวกเขาตกลงมาจากท้องฟ้าหลังจากถูกยิงด้วยแสงสีดำเหล่านี้

" ตูม ! " หลุมดำนั้นยังคงยิ่งอย่างต่อเนือง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบแสงสีดำเหล่านี้ แม้กระทั้งคนที่แข็งแกร่งก็ยังถูกสังหาร...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

562

529

566