562
ตอนที่ 562 เทพบรรชนปราณฟ้า
" เทพบรรพชน ! " บางคนนั้นไม่รู้ว่าเทพบรรพชนปราณฟ้าคือใคร แต่ชื่อเรียกนี้เพียงลำพังก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจและความเคารพจากผู้คน
เมื่อบรรพชนเข้าสู่เส้นทางของผู้สุดยอดแห่งยุค พวกเขายังคงไม่ถือว่าทรงอำนาจกว่าคนอื่นในระดับเดียวกัน เฉพาะเมื่อพวกเขาสร้างประเทศหรือได้รับฉายาศักดิ์สิทธิ์ถึงจะกลายเป็นผู้น่าเกรงขามอย่างแท้จริง ทว่าหากพวกเขาได้รับชื่อเทพบรรพชน นั้นหมายความว่าพวกเขาต้องน่ากลัวอย่างมาก มีเพียงเหล่าบรรพชนเที่ยงธรรมที่มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่และท้าทายสวรรค์เท่านั้นถึงจะถูกเรียกขานว่าเทพบรรพชน
หลายคนต่างสูดลมหายใจลึกในเวลานี้ พวกเขารู้สึกราวกับจมอยู่ในธารน้ำแข็ง คนที่ถูกเรียกว่าเทพบรรพชนกำลังนอนอยู่ในโลงศพศักดิ์สิทธิ์ - นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นถึงอำนาจของเขา
แม้แต่ผู้นำนิกายในตำนานก็ยังต้องล่าถอยเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนเช่นนี้ มีเพียงผู้บัญชาการภายใต้อำนาจของจักรพรรดิอมตะเท่านั้นที่จะเทียบกับตัวตนระดับนี้ได้
เหล่าขุนนางและผู้นำเผ่าพันธ์ผีที่เติมน้ำมันลงในกองเพลิงก่อนหน้าล้วนอาบเหงื่อเย็นและเปียกไปทั่วตัว
พวกเขานั้นพยามจะที่พลักกดันให้บัลลังก์ทำลายนิกายพันแม่น้ำ แต่ตอนนี้ด้วยเทพบรรพชนที่อยู่ที่นี่ ต่อหน้าตัวตนระดับนี้พวกเขาก็เป็นเพียงเด็กน้อย
บรรพชนที่อยู่ในภูเขาบรรพชนเงียบเป็นครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยช้าๆ " โปรดอภัยด้วย เป็นว่าท่านคือบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ได้รับการคาดหวังจากจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ก็ยังคงอยู่บนโลก "
ในเวลานี้แม้แต่ผู้นำนิกายในตำนานก็ยังต้องถอนความเย่อหยิ่งของเขา แม้ว่าเขาจะกวาดผ่านบรรพชนของขุมอำนาจอื่นๆได้ แต่ยังอยู่อีกหางไกลเมื่อเทียบกับเทพบรรพชน
" บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ของนิกายพันแม่น้ำหวนยังมีชีวิตอยู่ ? นี้คือตัวตนในตำนาน ! " บรรพชนบางคนพึมพำ
บรรพชนอีกคนอ้าปากค้างและกล่าวเสียงสั่น " เทพบรรพชนปราณฟ้านั้นเป็นบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ของนิกายพันแม่น้ำ ตำนานกล่าวว่าเขานั้นเป็นศิษย์หลักของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ ตำนานยังกล่าวอีกว่าเมื่อบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ยังเยาว์ เขานั้นได้รับการสั่งสอนจากจักรพรรดิอมตะด้วยตัวเอง ในช่วงวัยเยาว์ เขาได้ถูกจักรรพรดิอมตะแต่งตั้งเป็นผู้นำกองทัพของเขา "
" เขาถูกสอนโดยตรงจากจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ ? " กลุ่มของฝูงชนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินเรื่องนี้
นี้คือชายชราที่มีชีวิตอยู่มาหลายปี ตัวตนที่เคยผ่านเส้นทางของการเป็นหนึ่งในผู้นำกองทัพของจักรพรรดิอมตะ ไม่ว่าเขาจะมีบันทึกต่อสู้หรือไม่ก็ตาม ตัวตนเช่นเขาก็เพียงพอแล้วที่จะกลายเป็นบรรพชนศักดิ์สิทธิ์
ฝูงชนกลายเป็นสั่นสะท้านและอาบเหงื่อ เมื่อเห็นการดำรงอยู่ของผู้ท้าทายสวรรค์ที่อยู่ภายในโลงศพอยู่ห่างจากพวกเขาไม่มาก
" ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราก็จะทวงความยุติธรรมให้กับลูกสะใภ้ของบัลลังก์หมื่นกระดูกของพวกเรา ! " บรรพชนที่อยู่ภายในภูเขาบรรพชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
เมื่อมาถึงตอนนี้ทุกคนได้แต่กลั่นหายใจ ไม่มีใครสามารถขัดจังหวะระหว่างผู้นำของทั้งสองฝั่งได้ ผู้ฝึกตนเผ่าพันธ์ผีไม่กล้าที่จะพูดหรือเติมเชื้อเพลิงใดๆ ตอนนี้พวกเขาได้ลบความคิดเกี่ยวกับการทำลายนิกายพันแม่น้ำหวนออกไปแล้ว
ใครยังจะกล้าทำเมื่อเทพบรรพชนยังอยู่ตรงหน้าพวกเขา ? เว้นแต่ว่าพวกเขาจะเบื่อหน่ายชีวิตแล้วถึงได้ทำเช่นนั้น
" พวกเราไม่ยุ่งกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร ? ความรักความเกลีดชัง การกตัญญูและความเสียใจ ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด " เสียงที่แหบพร่าดังมาจากโลงศพ " ปล่อยให้ผู้เยาว์ยุติเรื่องของพวกเขาด้วยตัวเอง ให้พวกเขาใช้กำปั้นเพื่อตัดสินทุกอย่าง ผู้ชนะหรือผู้แพ้จะถุกตัดสินด้วยตัวพวกเขาเอง ผู้แพ้ทำได้เพียงแค่เสียใจที่พวกเขาอ่อนแอกเกินไป ! "
การแสดงออกของบรรพชนศักดิ์สิทธิ์นั้นชัดเจนอย่างมาก ว่าต้องการให้หลี่ฉีเย่และตี๋เชาสู้กันโดยห้ามบัลลังก์หมื่นกระดูกสอดมือ ผลของมันจะถูกตัดสินโดยความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง
บรรพชนที่อยู่ในภูเขาบรรพชนเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย " ดียิ่ง พวกเราจะตัดสินกันเช่นนั้น ! " เขาเลือกที่จะดำเนินการเช่นนี้เพราะมั่นใจในตัวตี๋เชา
หลังจากบรรพชนจากบัลลังก์หมื่นกระดูกยืนยัน ตี๋เชาประกาศอย่างเย็นชา " ออกมาและสู้ตัดสินเป็นตายกัน ! "
" มันน่าเบื่อจริงๆที่ต้องมาสู้แม้ว่าจะรู้ผล แต่เอาเถอะ พวกเรามาสู้กัน " หลี่ฉีเย่มองไปยังตี๋เชาและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เขาทันใดนั้นก็ก้าวขึ้นไปในอากาศ ขณะที่กำลังมองดูหลี่ฉีเย่ลอยขึ้นไป หลานอวิ๋นจูกระหายที่รอชมการต่อสู้ครั้งนี้ นางนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับสิ่งใดเพราะนางมั่นใจในตัวหลี่ฉีเย่อย่างมาก นางรู้ว่าแม้แต่ตี๋เชาก้ไม่สามารถเอาชนะหลี่ฉีเย่ในตอนนี้ได้
ตี๋เชาติดตามเขาขึ้นไป ทั้งสองนั้นหันหน้าเผชิญหน้ากันด้วยแรงกดดันจำนวนมหาศาล
" ตูม ! " ด้วยเสียงระเบิดที่ดังออกมา กลิ่นอายของจักรพรรดิอมตะได้ปะทุทั้วชั้นฟ้า ด้วยเสียงระเบิดที่ดังขึ้นกลิ่นอายจักรพรรดิแผ่ออกไปไร้สิ้นสุด
สี่กลิ่นอายอมตะได้กวาดไปทั่วเขตน้ำและกวาดล้างพวกมันทั้งหมด แม้แต่องค์รักษ์เทพสวรรค์ก็ยังหวาดกลัวเมื่อได้สัมผัสกลิ่นอายเหล่านี้
" หนึ่งสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง สามสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิต...การกระทำแรกของเขาคือการเรียกสมบัติจักรพรรดิอมตะออกมาสี่ชิ้น ! นี้หรือว่าเขาต้องการจะทำลายเขตน้ำทั้งหมด ? " ทุกคนกลายเป็นตื่นตระหนกเมื่อคิดว่าตี๋เชากำลังจะทำอะไร บางคนวิ่งหนีออกจาเขตน้ำเพราะเรื่องนี้มันน่ากลัวเกินไป
แม้ว่าตี๋เชาจะยังไม่ได้เรียกอาวุธจักรพรรดิของตัวเอง แต่เขาก็ใช้พลังของสมบัติทั้งสี่แสดงเจตจำนงว่าจะบดขยี้หลี่ฉีเย่
" นี้คือความแข็งแกร่งของบัลลังก์หมื่นกระดูก ! " ฝูงชนที่อ่อนแอกลายเป็นอิจฉาและโลภ ศิษย์ผู้เยาว์คนหนึ่งกับมีสมบัติจักรพรรดิอมตะถึงสี่ชิ้น ! นี้เรียกได้ว่าเขาได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด !
" หือ! สมบัติจักรพรรดิอมตะเหล่านั้นไม่เลว " หลี่ฉีเย่ค่อยๆหยิบเอาระฆังภาพภูเขาออกมาช้าๆและเอ่ย " หากพวกเราต้องการจะสู้กันด้วยสมบัติจักรพรรดิ เช่นนั้นพวกเราก็เริ่มกันเลย ข้าจะทำลายสมบัติของจักรพรรดิอมตะหยางเฉิงให้กลับสู่ต้นกำเนิดของมัน "
ผู้คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นเกรี้ยวกราดอย่างมากหลังจากเห็นระฆังให้มือหลี่ฉีเย่
" ทะลวงโชติช่วงในตำนาน ! " ตี๋เชากลายเป็นจริงจังเมื่อมองไปที่มือของหลี่ฉีเย่ เขานั้นเคยได้ยินเกี่ยวกับการต่อสู้ของหลี่ฉีเย่ เขารู้ดีว่านี้เป็นทักษะลับในตำนาน ทักษะที่ถูกใช้โดยจักรพรรดิอมตะเฟยหยาง เขานั้นใช้ทักษะนี้กวาดผ่านรุ่นของเขา
" ถูกต้อง " หลี่ฉีเย่อมยิ้มก่อนจะพยักหน้าและเอ่ย " เจ้ามีความรู้ที่ดีมาก เจ้ากล่าวถูกสมแล้วที่เป็นลูกหลานของบัลลังก์หมื่นกระดูก "
ตี๋เชานั้นไม่ได้ลังเล ทว่าหลังจากที่ดวงตาของเขากระพริบ จากนั้นไม่ว่าจะเป็นอาวุธจักรรพรดิหรือสมบัติโบราณ เขานำสมบัติของเขาทั้งหมดออกมาทันที...
แสงสว่างที่ไร้ที่สิ้นสุดส่องสว่างออกมาจากตัวของเขาราวกับเปลวไฟ ทว่า เขาได้มอบสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ทั้งหมดให้กับภูเขาบรรพชน และมีเพียงสมบัติที่กลั่นด้วยตัวเขาเองเท่านั้นที่ติดตัวไว้
หลายคนกลายเป็นอิจฉาเมื่อเห็นตี๋เชาดึงเอาสมบัติจำนวนมากออกมา ผู้นำนิกายบางคนเอ่ยด้วยความเสียใจ " บัลลังก์หมื่นกระดูกสมกับเป็นเชื้อสายจักพรรดริ หนึ่งนิกายสามจักรพรรดิ...ทรัพยากรของพวกเขาไม่มีใครสามารถเทียบได้จริงๆ "
ไม่น่าแปลกที่ผู้นำนิกายจำวนมากเศร้า สมบัติของตี๋เชาคนเดียวก็มากกว่าขุมอำนาจขนาดใหญ่จำนนวมากแล้ว ช่องว่างขนาดใหญ่เหล่านี้ทำให้พวกเขาอับอาย
หลังจากเคลื่อนย้ายอาวุธและสมบัติทั้งหมดออกไป ตี๋เชาก็ยืนขึ้นและประกาศกับหลี่ฉีเย่ " เจ้ากล้าที่จะสู้กับข้าโดยไม่ใช่สมบัติภายนอกช่วยหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่เมื่อเห็นว่าตี๋เชาไม่มีสมบัติใดๆติดตัว ดังนั้นเขาจึงเก็บระฆังของเขากลับไปและชกกำปั้นเขาหากัน " ดีมาก ข้าหวังว่าจะได้สู้ด้วยกำปั้นกับเจ้ามากที่สุด ไม่ว่าจะอย่างไร นี้ก็เป็นสิ่งที่ข้าชอบมากที่สุด "
" เช่นนั้นก็มาเริ่มกัน ! " ตี๋เชานั้นเอ่ยอย่างเย็นชา พร้อมด้วยระเบิดพลังงานในสายเลือดขึ้นปกคลุมชั้นฟ้าและปฐพี วงแหวนศักดิ์สิทธิ์นั้นหมุนรอบตัวตี๋เชาและส่องประกาย เขานั้นเหมือบกับเป็นเทพในชั้นฟ้าและพร้อมจะเหยีบยย่ำผู้คน
ราชันเทพสวรรค์ของเผ่าพันธ์ผีคนหนึ่งอุทานด้วยความตกตะลึง " นี้คือระดับของราชันเทพสวรรค์อ่า ! แม้ว่าเขาจะยังไม่ใช่ราชันเทพสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ แม้แต่หนึ่งร้อยราชันเทพสวรรค์ หรือหนึ้่งพันราชันเทพสวรรค์ก็ยังต้องรู้สึกอับอายต่อพลังงานในสายเลือดดังกล่าว "
ราชันเทพสวรรค์นั้นมีหลายระดับ จากต่ำไปสูงมี ร้อยราชันเทพสวรรค์ พันราชันเทพสวรรค์ หมื่นราชันเทพสวรรค์ ครึ่งก้าวราชันเทพสวรรค์ ราชันเทพสวรรค์ปฐพี และราชันเทพสวรรค์โลก
ผู้ฝึกตนผีคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกประหลาดใจ แม้แต่ราชันเทพสวรรค์คนอื่นของเผ่าพันธ์ผีหรือบรรพชนที่ซ่อนในเงามืดก็ยังอดไม่ได้ที่จะยกย่องเขา
แม้ว่าตี๋เชาจะเป็นเพียงราชันเทพสวรรค์สามัญ พลังงานในสายเลือดของเขาก็ยังทำให้บรรพชนจากรุ่นก่อนหน้าอับอาย ราวกับว่าแต่ละหยุดเลือดของเขาได้ถุกกลั่นเพื่อให้มีอำนาจสูงสุด นี้จึงทำให้เขามีพลังงานในสายเลือดทีน่าตกตะลึง
ความจริงการกลายเป็นราชันเทพสวรรค์ในอายุเท่านี้ก็ทำให้คนอื่นสั่นสะท้านมากพออยู่แล้ว เมื่อเหล่าบรรพชนอายุเท่าเขา พวกเขาแน่นอนไม่มีทางมาถึงระดับราชันเทพสวรรค์ นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงความสามารถและพรสวรรค์ของเขาออกมา
เหล่าผู้เยาว์นั้นกลายเป็นมั่นใจมากขึ้นหลังจากเห็นความสามารถของเขา เหล่าผู้เยาว์เผ่าพันธ์ผีล้วนเฝ้ามองตี๋เชาและยกให้เขาเป็นแบบอย่าง !
ในเวลานี้ผู้เยาว์จำนวนมากต่างกลั่นหายใจ และสายตาของพวกเขาจับจ้องการต่อสู้ การต่อสู้ที่ไม่พึงพาสมบัติเช่นนี้จะเป็นตัววัดความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเขา
การต่อสุ้ดังกล่าวไม่เพียงแต่น่าทึ่งเท่านั้น แต่มันยังเป็นการบังคับให้ทั้งสองฝ่ายแสดงสุดยอดทักษะของพวกเขาออกมาอีกด้วย
ทั้งสองคนนั้นนับได้ว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุดของผู้เยาว์ เพื่อที่จะได้รับสุดยอดทักษะที่ดีที่สุดมา พวกเขาจะจะต้องกลั่นและปรับปรุงมันนับครั้งไม่ถ้วน นี้ล้วนเป็นบทเรียนที่ดี ทุกคนเข้าใจได้ว่าการต่อสู้นี้พวกเขาจะได้รับประโยชน์อย่างมาก !
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น