597
ตอนที่ 597 อย่าหลั่งน้ำตาระหว่างจากลา
โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่น่ากลัวที่อยู่เบื้องล่างอาณาจักรบรรพชน หลี่ฉีเย่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะไปที่นั้น เขาต้องการจะทำลายอาณาจักรบรรพชนไม่ว่าเขาจะต้องเจออะไรก็ตาม !
หลานอวิ๋นจูถอนหายใจเบาๆ จากการแสดงออกของเขานางรู้ว่านางไม่สามารถหยุดเขาได้
หลี่ฉีเย่หันมาเอ่ยกับนาง " กลับไปบอกอาจารย์ของเจ้าและผู้อาวุโสไม่ต้องกังวล ยิ่งมีคนมามากเท่าไหร่ก้จะยิ่งตายมากขึ้นเท่านั้น ข้าเพียงกำลำพังก้พอแล้วที่จะจัดการกับอาณาจักรบรรพชน ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้า "
เขาจูบหน้าผากของนางอย่างนุ่มนวลทำให้หัวใจนางสั่นไหว นางรู้สึกราวกับว่ากำลังจะสูญเสียเขาไปจึงเอื้อมมือไปคว้าคอของเขา แม้ว่าจะมีคนอื่นอยู่ที่นี่แต่นางก็ยังคงมอบจูบที่ไร้เดียงสาให้กับเขา นางนั้นจูบปากของเขาและสัมผัสพวกมันด้วยปากของนาง ก่อนจะใช้ลิ้นตักตวงเอาความรู้สึกต่างๆให้มากที่สุด
เซียนฟานนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่เขินอาย นางรู้เมินอย่างสิ้นเชิง ขณะที่เฝ้าดูฉากที่เร่าร้อนนี้
ทั้งสองค่อยๆแยกออกจากันด้วยความยากลำบาก หลี่ฉีเย่มองไปยังแก้มของหลานอวิ๋นที่แดงก่ำพร้อมเอ่ย " สาวน้อย กลับไปหมุ่บ้านแห่งความทรงจำในอนาคต บรรพชนทิ้งของบางอย่างไว้ใหักับเจ้า "
เขากระซิบหลายสิ่งหลายอย่างให้กับนางเกี่ยวกับความลับของหมู่บ้าน ถ้าเป็นคนอื่นแม้แต่ลูกหลานโดยตรงของจักรพรรดิอมตะเฟยหยาง หลี่ฉีเย่ก็ไม่ต้องการบอกพวกเขา ทว่าเขาบอกความลับเหล่านี้ต่อหลานยอวิ๋นจู - นี้แสดงถึงสถานะของนางในใจเขา
หลานอวิ๋นจูอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านหลังจากฟังพวกมันทั้งหมด ในที่สุดนางก็สูดหายใจและมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเอ่ย " ดะดูแลตัวเองแล้วกลับมายังนิกายพันแม่น้ำหวนด้วย ! "
หลังจากกล่าวเสร็จนางก้จากไป นางพุ่งออกไปไกลและไม่หันมามองหลี่ฉีเย่อีก เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองไว้ได้
เซียนฟานยังคงกล่าวกับเขา " ข้าหวังว่าเจ้าจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ ประตูของอาณาจักรภูเขาอมะเปิดรับเจ้าเสมอ "
หลี่ฉีเย่ถอนหายใจหลังจากทั้งสองจากไป เขาจากนั้นก็ออกเดินทางแต่เปลี่ยนเป้าหมายไปยังสุสานใหญ่แทน
หลี่ฉีเย่กลับเข้าไปในเมือง เท้าของเขาหยุดลงหน้าประตูพร้อมกับคำพูดที่หลากหลายและความรู้สึกนับไม่ถ้วนที่จะเอ่ย เขาต้องการจะพบกับเจ้าตำหนักบุปผาบรรพชนอีกครั้ง แต่เขาไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด คำอำลา ? นี้เป็นสิ่งที่เขาเอ่ยเมื่อครั้งล่าสุดไปแล้ว
เขามายังสุสานใหญ่หลายครั้งในฐานะอิกาทมิฬ ในอดีตเขาเคยรู้สึกเศร้าหรือมีอารมณ์ใดๆ เพราะว่าเขารู้ว่าสาสามารถไปและกลับไปได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านหมื่นปี แสนปี หรือล้านปี เขาสามารถทำทุกสิ่งได้ด้วยอายุขัยที่ยาวนอานของเขา
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนหรือยุคสมัยเปลี่ยนไปยังไง เขาและเจ้าตำหนักก็ต้องพบกันได้ในสักวันหนึ่ง ! ทว่าในยุคนี้มันต่างออกไป เขาไม่รู้ว่าเขาจะพบเจ้าตำหนักหลังจากนี้ได้อีกหรือไม่ เขาเชื่อมั่นใจตัวเอง แต่ใครจะคำนวนความผลิกผันของชีวิตได้ ? ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย หลี่ฉีเย่ยืนอยู่หน้าประตูสุสานใหญ่ มันมีสิ่งที่น่าอึดอัดใจในอดีตของทั้งสองเรื่องของจักรพรรดิอมตะหมิงตู่ เจ้าตำหนักโกรธมาเป็นเวลานานเพราะหลี่ฉีเย่ได้พาจักรพรรดิออกไป
ทว่านั้นเป็นเรื่องในอดีต พวกเขาได้ปลดปล่อยทุกอย่างไปแล้ว เขาเชื่อว่าเจ้าตำหนักจะสนับสนุนเขาเหมือนกับที่เขาสนับสนุนเจ้าตำหนักมาเสมอ
ขณะที่เขายืนอยู่ด้านนอกสุสานใหญ่อย่างเงียบๆ เจ้าตำหนักคนที่นอนหลับอยู่บนบัลลังก์ทันใดนั้นก็ปเปิดตาของนางขึ้น สายตาของนางสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่ไกลออกไปนับพันไมล์
หลี่ฉีเย่ยืนอยู่ด้านนอกเป็นเวลานานก่อนจะถอนหายใจและมองออกไป
แต่ในเวลานั้นก็มีเสียงปรากฏขึ้นด้านหลังเขา " เจ้าต้องการจะจากไปโดยไม่เอ่ยคำอำลาหรืออย่างไร ? "
หลี่ฉีเย่หันกลับไปและสังเกตเห็นรูปปั้นที่าสลักอยู่ข้างประตู แม้ว่าร่างกายของเจ้าตำหนักจะไม่ได้ แต่เจตจำนงของนางรวมตัวกันอยู่ที่นี่
หลี่ฉีเย่มองไปที่ร่างเงาจางๆและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยรอยยิ้มขุ่นเคือง " ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังหลับอยู่ เลยไม่อยากรบกวน "
รูปปั้นเงาทันใดนั้นก็สั่นเพราะไม่พอใจในคำตอบของหลี่ฉีเย่
ทั้งสองมองกันและกันอย่างเงียบๆ หลี่ฉีเย่มีคำมากมายต้องการจะเอ่ย แต่เขาไม่รู้จะเอ่ยมันอย่างไร
" เจ้าต้องการจะเข้าไปหาความตาย ? " ร่างเงาเจ้าตำหนักเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ผู้ชนะยังไม่ถูกตัดสินจนกว่าการต่อสู้จะจบ แต่ข้าเชื่อว่าข้าจะเป็นคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ ทุกอย่างจะต้องได้ข้อสรุป นี้สำหรับข้า สำหรับโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ และสำหรับสุสานใหญ่ "
" ข้าสามารถจบธุระของตัวเองได้ เจ้าคิดว่าโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ต้องกาาจะให้เจ้าเป็นวีรบุรุษหรือไง ? " เจ้าตำหนักเอ่ยอย่างไม่พอใจ " ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเวลา ผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ถ้าเจ้าล้มเหลวเจ้าจะไม่ได้เป็นวีรบุรุษแต่เป็นปีศาจ อย่างน้อยสุดหลายร้อยปีเจ้าจะเป็นปีศาจที่ออกมาจากปากของเผ่าพันธ์ผีในอนาคต ปีศาจที่ต้องการะทำลายเผ่าพันธ์ของพวกเขา ! "
" แล้วอย่างไร ? " หลี่ยิ้มเอ่ย " ข้าไม่เคยกลัวอยู่ว่าคนในอนาคตจะพูดถึงข้าอย่างไร ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านมานานขนาดนี้ "
" เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วใช่ไหม ? เจ้าเลยมองหาเส้นทางตายใหม่ ? " เจ้าตำหนักเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เห็นได้ชัดว่าเจ้าตำหนักไม่ต้องการให้เขาโจมตีอาณาจักรบรรพชน
" มันไม่ใช่เป็นเรื่องของเจ้า และไม่ใช่เพราะว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านล่างของอาณาจักรบรรพชน " หลี่ฉีเย่ถอนหายใจเบาๆและเอ่ย " ข้าไม่ต้องการจะรู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นจะโกหกอะไร เป็นเพียงความแค้นส่วนตัวและความปราถนาที่จะต้องการคำตอบ ไม่ว่าจะยังไงข้าก็ต้องพบมัน แม้ว่าจะต้องฉีกอาณาจักรบรรพชนทิ้งก็ตาม ! "
เจ้าตำหนักบรรพชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา " เป็นเพราะคนคนนั้น ? "
หลี่ฉีเย่จ้องไปที่เจ้าตำหนักเป็นเวลานานก่อนจะถอนหายใจและเอ่ย " บางที แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ความลับบางอย่างมันกัดกินจิตใจของข้าและข้าต้องการคำตอบ "
" เจ้าจะต้องตายอย่างน่าเกลียด เจ้าคิดว่าหอกผนึกต้นกำเนิดสามารถฆ่าสิ่งเลวร้ายนั้นได้ ? " เจ้าตำหนักยังคงเอ่ยต่อ " มันว่ามันจะสาถมารฆ่าเจ้าสิ่งนั้นได้ เจ้าก็จะไม่มีโอกาสได้ทำอะไรต่อหน้าสิ่งเลวร้ายนี่ "
มันดุเหมือนว่าเจ้าตำหนักต้องการจะยับยั้งหลี่ฉีเย่ ไม่ว่าคำกล่าวเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่มีเพียงเจ้าตำหนักที่รู้
หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มเอ่ย " สิ่งที่ข้าต้องการตอนนี้ไม่ใช่คำตัดพ้อ เจ้าอย่าได้ทำลายความเชื่อมั่นและกำลังใจของข้า ! ข้าต้องการกำลังใจอย่างมากในตอนนี้ "
เจ้าตำหนักจ้องหลี่ฉีเย่อย่างเงียบๆ ราวกับคำพูดให้กำลังใจเป็นเรื่องยากที่นางจะเอ่ย
" ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะตาย ! " เจ้าตำหนักเอ่ยอย่างไม่แยแส " แต่อย่าได้ลืมว่าเจ้าเป็นของข้า อย่าได้คิดว่าเจ้าจะไม่ยอมจ่ายหนี้คืน แม้ว่าเจ้าจะกลายเป็นผี เจ้าก็ยังต้องชำระหนีให้ข้าเข้าใจหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่ฉีกยิ้มเอ่ย " ข้าจะมีชีวิตรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้เจ้าแน่นอน " จากนั้นเขาก็มองนางอีกครั้งก่อนจะหันหลังจากไป
เจ้าตำหนักยังคงยืนอยู่ด้านข้างประตูสุสานใหญ่และตะโกน " จำเอาไว้ ว่าเจ้าต้องใช้หนี้ให้กับข้าแม้ว่าจะเป็นผีก็ตาม ! "
หลี่ฉีเย่ที่อยู่ห่างออกไปไกลระเบิดเสียงหัวเราะก่อนจะตะโกนกลับมา " ยุนเอ๋อร์ ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ตาย ข้าจะกลับมายังสุสานใหญ่ในสักวันหนึ่ง "
หลังจากได้ยินคำว่า ' ยุนเอ๋อร์ ' เจ้าตำหนักก็สั่นด้วยความโกรธ " อย่าได้เรียกข้าแบบนั้นเจ้าปีศาจน้อย ! ข้านั้นแก่กว่าเจ้า ! "
เสียงของหลี่ฉีเย่ที่อยู่ออกไปไกลดังออกมา " เช่นนั้นรึ ? งั้นรอจนข้ากลับมา พวกเรามาเผชิญหน้ากันเพื่อตัดสินว่าเจ้าแก่กว่าข้าจริงหรือไม่ ! "
สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็หายไปอย่างสิ้นเชิง และเงาข้างประตูเมืองได้หายไป เจ้าตำหนักที่นั่งบนบัลลังก์มีหยดน้ำตาไหลลงมาโดยไม่ตั้งใจและเอ่ย " เจ้าจะต้องรอดชีวิตกลับมา.."
* * *
หลุมฝังศพแห่งลางร้ายนั้นปิดตัวลงหลายวันหลังจากหลี่ฉีเย่ออกมา ไม่มีใครอยู่ในนั้นได้ พวกเขาถูกส่งออกมาโดยไม่มีข้อยกเว้น
หลุมฝังศพจะเปิดขึ้นอีกครั้งในอีกหลายร้อยปี มีคนมีความสุขระหว่างการเดินทางครั้งนี้ บางคนได้รับการเก็บเกี่ยวที่ดีขณะที่บางคนไม่ได้อะไรเลย และบางคนกระทั้งเสียชีวิต
หลุมฝังศพแห่งลางร้ายไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเผ่าพันธ์ผี แม้ว่านิกายบางนิกายจะมีการเก็บเกี่ยวที่ดีแต่พวกเขาไม่มีความสุขเลย
ผู้เชียวชาญเผ่าพันธ์ผีนับไม่ถ้วนตายด้วยมือของหลี่ฉีเย่และชายไร้หัว จำนวนนั้นเพียงพอที่จะทำลายเผ่าพันธ์ บรรพชนหลายสิบคนต่างเสียชีวิต แม้แต่ตัวตนระดับยอดนิรันดร์ของยอดยุคอาณาจักรโบราณก็ยังตาย ผู้นำเมืองบรรพชนและหัวหน้าผู้พิทักษ์ล้วนตายในป่าช้าสวรรค์
มันอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นหายนะครั้งใหญ่ของเผ่าพันธ์ผี บางนิกายที่ธรรมดาถูกทำลายเกือบหมด นิกายขนาดเล็กมีเพียงหนึ่งบรรพชน แต่บรรพชนเหล่านั้นเลือกปฏิบัติตามคำสั่งของอาณาจักรบรรพชน และสังเวยเลือดของตัวเองพร้อมกับผู้เชียวชาญคนอื่น
ทว่า ชายไร้หัวลงมือนั้นทำให้เพียงระดับเซียนบรรพกาลขึ้นไปต่างสังเวยเลือด นี่ทำให้นิกายทรงอำนาจต่างได้รับความเสียหายอย่างมาก ตอนนี้นิกายของพวกเขาตกตะลึงจนสามารถถูกทำลายได้...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น