596

ตอนที่ 596 ตำนานของผู้กัดกิน

แม้ว่าตำนานจะระบุว่าบรรพบุรุษของเผ่าพันธ์ผีหลับใหลอยู่ที่นั้น มันก็เป็นเพียงตำนานและไม่มีใครเคยเห็นบรรพบุรุษมาก่อน พื้นหลังของอาณาจักรนั้นยิ่งลึกลับมากยิ่งขึ้น กล่าวโดยสรุปก็คือมันเก่าแก่และมีตัวตนมาก่อนที่จะเขียนลงบนบันทึกได้

เซียนฟานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัย " หากไม่มีใครรู้เกี่ยวกับบันทึกดังกล่าว เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรกัน ? " นี้เป็นครั้งแรกที่เซียนฟานได้ยินเกี่ยวกับตัวตนลึกลับที่พยามจะสร้างชีวิตแม้ว่านางจะมาจากอาณาจักรอมตะก็ตาม

" เรื่องนี้...มันเป็นความลับ " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกลับ

เซียนฟานแน่นอนว่าไม่พอใจกับคำตอบนี้ แต่นางยังจะทำอะไรกับหลี่ฉีเย่ได้ ?

หลานอวิ๋นจูถามกลับไปยังเรื่องของผู้กัดกินเผ่าผี " จากนั้นเป็นตนมาผู้กัดกินผีก็ถูกจับอยู่ที่นี่ ใช่หรือไม่ ? "

หลี่ฉีเย่พยักหน้าก่อนจะเอ่ย " ถูกต้อง ตัวตนนั้นใช้ความพยามอย่างมากในการจับผู้กัดกินอีกครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับสัตว์ประหลาดตัวนี้โดยไม่ใช่ที่ปิดกั้น "

" แล้วเกี่ยวกับการฆ่ามันละ ? " เซียนฟานเอ่ยถาม

" ความคิดนี้เป็นไปได้เพราะตัวตนนั้นสามารถฆ่าผู้กัดกินได้ ทว่าการฆ่ามันก้เหมือนฆ่าตัวเอง อย่างที่เจ้ารู้ ผู้กัดกินนั้นมาจากซี่โครงของเขา ปราศจาการฆ่าตัวเองเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดเช่นนี้ "

" สุดท้ายตัวตนนั้นก็สามารถจับผู้กัดกินได้หลังจากผ่านไปหลายครั้ง บางเหตุการณ์นั้นกระทั้งมีผลกระทบกับเผ่าพันธ์ผี "

ถึงตอนนี้หลี่ฉีเย่จองมองไปยังเส้นขอบฟ้าก่อนจะเอ่ย " หลังจากจับผู้กัดกินได้ ตัวตนนั้นก็นำมันไปขังไว้ยังเกาะที่ไม่มีคนรู้จัก เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้าตัวตนนั้นไม่ต้องการให้ผู้กัดกินเห็นแสงตะวันอีก ดังนั้นเขาจึงจมเกาะนั้นลงสู่มหาสมุทรไปตลอดกาล  "

" สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา...พวกเจ้าทั้งสองคนรู้กันดีอยู่แล้ว ผู้กัดกินและที่ปิดกั้นนั้นหายไปและไม่เคยปรากฏอีกเลย " หลี่ฉีเย่ยิ้มก่อนจะเอ่ย " ผู้กัดกินนั้นถูกขังอยู่ใต้ทะเลลึกและไม่มีใครรู้ ไม่มีใครรู้ว่ามีสัตว์ประหลาดแบบนี้่ถูกกำราบไว้อยู่ สัตว์ที่มีอำนาจกวาดผ่านไปทั่วโลกและฉีกกระชากอาณาจักรมากมาย พวกเขาไม่เคยนึกถึงตำนานเหล่านี้ "

หลานอวิ๋นจูมองไปยังหลี่ฉีเย่และเข้าใจว่าทำไมเขาถึงไปยังเกาะนับพัน ทั้งหมดคือแผนของเขามาตั้งแต่วันนั้น !

บรรดาผู้ฝึกตนและนิกายในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ล้วนคาดเดาว่าเกาะที่สูญหายนั้นซ่อนสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของมีค่าอย่าง ไข่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นผู้เยาว์และผู้อาวุโสจำนวนมากยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปยังเกาะแต่ก็ตายเพราะว่าที่นั้นมีหมอกอยู่

" ดังนั้นทุกอย่างจบลงที่เจ้าบังเอินได้ที่ปิดกั้นมาและพบกับเกาะที่สูญหาย เจ้าจึงมาที่นี่เพื่อจับมัน " เซียนฟานนั้นเอ่ยขณะมองหลี่ฉีเย่ นางไม่รู้ความจริงของกระบวนการทั้งหมด แต่นางรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งมันไม่ง่ายเหมือนกับที่เขากำลังทำ

หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม คนที่นำที่ปิดกั้นไปไม่ใช่เขาแต่เป็นบรรพชนจากสำนักเต๋าสวรรค์ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้เก็บมันมาจากข้างถนน

บรรพชนคนนั้นมีความรู้อย่างมาก แม้ว่ามันจะดูเหมือนปลอกคอปกติแต่เขาก็รู้ว่ามันพิเศษ หลังจากเก็บมันขึ้นมาได้เขาไม่ได้โยนมันทิ้งไป ทว่าเขาก้ไม่พบวิธีใช้ปลอกคอ เรื่องนี้ไม่แปลกเพราะไม่มีใครเคยเห็นผู้กัดกินมาก่อน หากหลี่ฉีเย่ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เขาก็ยังไม่เชื่อเรื่องผู้กัดกินเผ่าพันธ์ผี

จากนั้นบรรพชนของสำนักเต๋าสวรรค์ก็ไม่ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับปลอกคอนี่อีก และทิ้งมันไว้ด้านหลัง หากไม่ใช่ว่าหลี่ฉีเย่เห็นมันที่สำนักมันคงถูกทิ้งไว้อีกนาน

" ตัวตนในตำนานคนนั้นคือใคร ? " สุดท้ายหลานอวิ๋นจูก้เอ่ยถาม ตัวตนทรงอำนาจเช่นนี้ไม่สมควรจะไร้ชื่อเสียง แต่นางก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของเขามาก่อน

เซียนฟานอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " หรือเขาจะเป็นจักรพรรดิอมตะ ? เป็นคนไหนกัน ? "

" ข้าเองก้ไม่รู้จักชื่อของตัวตนนี่ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " ทว่าเขาไม่ได้เป็นจักรพรรดิอมตะและยิ่งใหญ่กว่า ยุคนั้นเก่าแก่ยิ่งกว่ายุคของจักรพรรดิอมตะกู่ฉาน ช่วงเวลานั้นยังไม่มีจักรพรรดิอมตะ "

หลานอวิ๋นจูและเซียนฟานหยุดถามหลังจากได้ยินสิ่งนี่เพราะอย่างไรพวกนางก็ไม่มีทางรู้ จักรพรรดิอมตะกู่ฉานเป็นจักรพรรดิอมตะคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้ง และนั้นเกิดขึ้นในยุครกล้าง มันผ่านมานานมากจนถึงปัจจุบัน และสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ถูกบันทึกไว้ มันหายไปตามกาลเวลา

หากตัวตนนี้เก่าแก่ยิ่งกว่าจักรพรรดิอมตะกู่ฉาน เช่นนั้นเขาก็ต้องอยู่ในยุคก่อนหน้าและไม่แปลกเลยที่จะไม่มีใครเคยได้ยินชื่อเขา

หลี่ฉีเย่จากนั้นก็เอ่ยกับทั้งสอง " ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว ได้เวลาจากไปแล้ว "

ทั้งสามนั้นออกมาจากเกาะ หลวงจีนต้าชิไม่ได้อยู่ที่ป่าช้าสวรรค์และไม่มีใครรู้เขาไปที่ไหน

หลี่ฉีเย่นั้นยุ่งมากและไม่ได้รอหลวงจีนต้าชิก่อนจะออกจากหลุมฝังศพแห่งลางร้าย มีผู้ฝึกตนจำนวนน้อยที่ยังอยู่ในหลุมฝังศพหลังจากเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้น แม้แต่คนที่อยู่ก่อนเริ่มออกมาแล้ว

หลานอวิ๋นจูถอนหายใจด้วยความโล่งออกหลังจากออกจากหลุมฝังศพมาได้ นางได้รับการเก็บเกี่ยวที่น่าอัศจรรย์มากในเวลานี้ แต่สิ่งที่สำคัญคือนางได้ขยายขอบเขตความรู้ของนาง ความรู้ของนางตลอดชีวิตเทียบไม่ได้กับสิ่งที่นางได้เห็นและได้ยินมาในช่วงเวลาสั้นๆนี่ สองสามวันในหลุมฝังศพทำให้นางได้เห็นสิ่งต่างๆมากมาย

หลานอวิ๋นจูมองไปยังหลุมฝังศพก่อนจะเอ่ย " พวกเราสุดท้ายก็จะได้กลับไปนิกายแล้ว "

เซียนฟานนั้นต้องการกลับไปยังอาณาจักรอมตะ การเดินทางของนางสิ้นสุดลงและนางได้รับการเก็บเกี่ยวที่ดี

" ไม่ มันมีเพียงเจ้าที่จะกลับไปยังนิกาย  " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาก่อนจะเอ่ย " ข้าจะไม่กลับไปยังนิกายพันแม่น้ำหวน "

" เช่นนั้นท่านจะไปที่ใด ? " หลานอวิ๋นจูรู้สึกไม่สบายใจหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ สัญชาตญาณของนางแม่นยำอย่างมาก

หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาก่อนจะมองไปยังเส้นขอบฟ้าและเอ่ย " อาณาจักรบรรพชน ! มันได้เวลาที่จะทำลายเมืองบรรพชนและกวาดล้างอาณาจักรบรรพชนแล้ว "

" นี้เจ้ากำลังล่อเล่นใช่ไหม ? " ไม่ใช่เพียงหลานอวิ๋นจู แม้แต่เซียนฟานก็ยังตระหนักหลังจาได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนล้วนคิดว่าเขาเป็นบ้าหลังจากได้ยินเรื่องนี้

ประโยคนี้ไม่เพียงแต่จะหยิ่งยโส แต่มันไม่สามารถทำได้ แม้แต่เชื้อสายจักรพรรดิก็ยังไม่สามารถทำลสิ่งนี้ได้ ตัวอย่างเช่นอาณาจักรอมตะของเซียนฟานก็ไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้แม้ว่าจะใช่ความแข็งแกร่งทั้งหมด

หลี่ฉีเย่มองไปยังเซียนฟานที่อยู่ในชุดเกราะและเอ่ยถาม " เจ้ายังคิดว่าข้าล้อเล่น ? "

เซียนฟานมองสายตาของเขาอย่างเงียบๆ หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้ดูล้อเล่นแม้แต่น้อย ! ทว่าทำลายนอาณาจักรบรรพชนนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

" เมืองบรรพชนก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เจ้ารู้ไหมว่าอาณาจักรบรรพชนแข็งแกร่งแค่ไหน ? ไม่ต้องกล่าวถึงสมาชิกของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์และเทพคุ้มกันทั้งเก้า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเจ้าสวรรค์ มีข่าวลือว่าเจ้าสวรรค์สามารถสังหารตัวตนระดับยอดนิรันดร์ได้ง่ายๆ บางคนกล่าวว่าเจ้าสวรรค์แทบไม่ได้อ่อนแอกว่าจักรพรรดิอมตะ การได้รับฉายาราชันเทพก้ยังไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา ! " เซียนฟานกล่าวอย่างจริงจัง

ฉายาราชันเทพไม่ใช่สิ่งที่จะมอบให้กับทุกคนได้ แม้ว่าตัวเขาเองจะถูกผู้อื่นเรียกว่าราชันเทพก็ยังไม่ได้รับ มีเพียงการที่ทั้งโลกยอมรับเขาว่าเป็นราชันเทพเท่านั้นเขาจึงจะได้รับฉายานี้

ตัวอย่างเช่นบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ของนิกายพันแม่น้ำหวนที่อยู่มาตั้งแต่ยุคโบราณและมีอำนาจท้าทายสวรรค์ แม้แต่จักรพรรดิอมตะฉินหลี่ก็ยังยกย่องการบ่มเพาะของเขา แต่บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ก้ยังลังเลจะเรียกตัวเองว่าราชันเทพ คนอื่นอาจจะเรียกเขาว่าเทพบรรพชน นี้เป็นชื่อที่มอบให้กับบุคคลที่เป็นอัจฉริยะและมีความสามารถ แต่ไม่กล้าประกาศตัวว่าเป็นราชันเทพ

" ราชันเทพ แล้วไง ? " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ " จักรพรรดิอมตะอาจจะน่าสนใจเล็กน้อย แต่ว่าแม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังไม่สามารถหยุดข้าในการทำลายอาณาจักรบรรพชนได้ ! "

" มันเป็นเพราะเรื่องการสังเวยเลือดเช่นนั้นรึ ? " เซียนฟานเอ่ยถาม ในฐานะอัจฉริยะของเผ่ามนุษย์ เซียนฟานไม่ต้องการให้หลี่ฉีเย่ตายเร็ว นางเชื่อว่าหากเขายังมีชีวิตต่อไป เขาจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะในอนาคต

" ไม่ใช่ มันเป็นเพียงความแค้นส่วนตัวเท่านั้นเอง " หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม

หลานอวิ๋นจูสังเกตได้ถึงความมุ่งมั่นของเขาและทำให้หัวใจนางหนักอึ้ง นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " อาณาจักรบรรพชนนั้นเป็นิรันดร์ แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังไม่สามารถทำลายอาณาจักรบรรพชนได้ ตำนานกล่าวว่าแม้แต่จักรพรรดิอมตะที่มีอำนาจท้าทายสวรรค์อย่างจักรพรรดิอมตะเฟยหยาง คนที่มีอำนาจทำลายแผ่นดินเขาก็ยังไม่สามารถทำลายอาณาจักรบรรพชนได้และต้องใช้เวลาอีกกว่านับพันปี ในการปราบปราม จักรพรรดิอมตะฉินหลี่บรรพบุรุษของพวกเรา ก็เดินทางไปยังอาณาจักรบรรพชนแต่ก้ไม่มีอะไรกลับมา "

หลี่ฉีเย่สังเกตเห็นความกังวลของนางก่อนจะค่อยๆลูบหัวนางและเอ่ย " ข้ารู้ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลาจักรพรรดิอมตะทั่วโลกใต้พิภพศํกดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่จักรพรรดิอมตะเฟยหยางและจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ที่โจมตีอาณาจักรบรรพชน และไม่สำเร็จ..."

" ทว่ามันไม่ใช่หมายความว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ ! " หลี่ฉีเย่เอ่ยต่อ " แต่เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการเสี่ยงชีวิต สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจักรพรรดิเหล่านั้นขาดของบางสิ่ง แต่ข้ามีสิ่งนั้น สิ่งที่พวกเขาไม่มี ! "

" แต่ว่า..." หลานอวิ๋นจูยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " เรื่องนี้พูดง่ายกว่าทำ มันไม่ใช่เรื่อง่ายเลยที่แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังทำไม่ได้..."

หลี่ฉีเย่เอ่ยขัดจังหวะของนาง " สาวน้อย อย่างกังวลแม้แต่ราชันนรกมาด้วยตัวเองก็ยังไม่เพียงพอที่จะเอาชีวิตข้า ที่สำคัญ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องสะสาง ! " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างเย็นชาขณะมองไปยังขอบฟ้าที่ห่างไกล

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

562

529

566