577

ตอนที่ 577 เส้นทางแห่งความตาย

เหล่าคนขี้ขลาดจะต้องกางเกงเปียกหากพวกเขาเหยียบมาบนเส้นทางสายนี้ แต่หลี่ฉีเย่ยังคงสงบและผ่อนคลายราวกับมาเดินในสวนหลังบ้านของตัวเอง

หลังจากเข้ามาถึงความลึกระดับหนึ่ง หมอกก็ค่อยๆปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายที่น่าสะพรึงออกมา ผิวของผู้คนออกจากต้องละลายเมื่อปะทะกับกลิ่นอายความตาย กล้ามเนื้อของพวกเขาจะเหี่ยวอย่างรวดเร็วจนกระทั้งพวกเขากลายเป็นคนแก่อายุหลายร้อยปี

หากพวกเขาพยามจะปิดกั้นมันโดยพลังงานในสายเลือดแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะมีพลังงานในสายเลือดที่แข็งแกร่งแค่ไหน พวกมันก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อกลิ่นอายแห่งความตาย การคนโกงเช่นนี้ไม่มีทางหยุดพวกเขาจากความตายได้

หลี่ฉีเย่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่มีอำนาจกัดกร่อนและพึมพำ " หลานล้านปีผ่านไป กลิ่นอายความตายก็ยังคงอยู่ที่นี่ มันดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่ตาย น่าเหลือเชื่อจริงๆ "

หลี่ฉีเย่หยิบเอาโคมไฟที่มีเปลวไฟริบหรี่ตรงกลางราวกับจะหายไปในเวลาใดก็ได้ออกมา เปลวไฟสีดำภายในเหมือนจะกดข่มกลิ่นอายความตายได้ เมื่อกลิ่นอายความตายพยามเข้าใกล้หลี่ฉีเย่มันจะถูกเผาไหม้ด้วยเปลวไฟ

หลังจากมีเสียงฟึบดังขึ้น กลิ่นอายความตายก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นควัน หลี่ฉีเย่เดินเข้าไปลึกมากขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายที่มากขึ้น ไม่ว่าพวกมันจะทรงพลังแค่ไหน เมื่อเข้าใกล้เขาก็จะถูกเผาโดยเปลวไฟสีดำ

ซากศพตามเส้นทางดูเหมือนจะน้อยลง แต่มันก็ยังทรงพลังยิ่งกว่าก่อนหน้า ตอนมีชีวิตพวกเขาแน่นอนเป็นตัวตนที่ท้าทายสวรรค์ แต่หลี่ฉีเย่ไม่รู้สึกพวกเขา เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของหลี่ฉีเย่

ทว่าเมื่อเขาเดินลึกเข้าไปภายใน หลี่ฉีเย่ก็ตระหนักได้ถึงบางคนภายใต้ซากศพจำนวนน้อยเหล่านี้

ชายชราคนหนึ่งนอนตายอยู่บนเส้นทางแห่งความตายโดยไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหน แม้ว่าเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย แต่ศพของเขาก็ยังไม่เน่าเปือยและผุผัง

" บรรพชนสวรรค์ ทำไมพวกเจ้าไม่อยู่ที่โลกหินสมุนไพร ? ทำไมถึงได้วิ่งมาตายที่นี่ ? " หลี่ฉีเย่มองไปยังซากศพขณะพึมพำกับตัวเอง

เขานั้นเดินต่อเข้าไปอีกนิดหน่อย ก่อนจะเห็นโครงกระดูกที่ถือก้อนชามหินไว้ก่อนจะเอ่ย " นักปรุงยาจักรพรรดิชีวิต เจ้าเข้ามาที่นี่เพื่อสมุนไพรอมตะเพื่อสร้างชีวิตนิรันดร์รึ ? น่าอัปยศยิ่ง...ชามหินชีวิตไร้สิ้นสุด สุดยอดสมบัติเช่นนี้ก็ยังพ่ายแพ้ต่อกลิ่นอายของความตาย "

" เทพแห่งความรุ่งเรื่อง - เจ้านั้นหยิ่งยโสขนาดไหนกัน ? หลังจากที่เจ้าแพ้เจ้าสารเลวมินเหยิน เจ้ากลับมาที่นี่...มันอาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าต้องการสมบัติที่กำราบสวรรค์เพื่อสั่งสอนมินเหยิน "

" เทพธิดาฤดูใบไม้ผลิ น่าเสียดายยิ่ง ความงดงามอันดับหนึ่งของเผ่าจิตวิญญาณเสน่ห์มในอดีต อัจฉริยะนับไม่ถ้วนทั้งโลกล้วนแต่หลงเสน่ห์ที่หาตัวจับได้ยากของเจ้า ทว่าไม่ว่าเจ้าจะงดงามแค่ไหน เจาก็กลายเป็นซากศพแล้ว "

ตลอดทางที่ผ่านมา หลี่ฉีเย่ตระหนักได้ถึงตัวตนที่มีชื่อเสียงในอดีตหลายคน บางส่วนเป็นคนที่เขารู้สึกในตอนที่เป็นอีกาทมิฬ แต่ตัวตนอมตะเหล่านั้นล้วนตายในเส้นทางแห่งความตาย

จิตใจของคนอื่นอาจจะหยุดลงหลังจากพวกเขาได้ยินชื่อของตัวตนเหล่านี้ พวกเขาเต็มไปด้วยเจ้าชายจักรพรรดิ , เทพที่แท้จริงที่หาตัวจับได้ยาก , และสาวงามอันดับหนึ่ง 

ไม่มีใครรู้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นเดินมานานแค่ไหน แต่มีซากศพน้อยและกลิ่นอายความตายแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็เดินมาจบพบสะพานเล็กๆ

หลังจากผ่านการทดสอบด้านหน้า เขาก็มาถึงที่ราบแห่งหนึ่ง ที่ราบแห่งนี้มีกลิ่นอายความตายที่หนาแน่นอย่างมาก

มีแสงกระพริบสีแดงปรากฏในกลิ่นอายแห่งความตายที่มืดมิด เมื่อมองเข้าไปใกล้ แสงสีแดงเหล่านี้ล้วนเป็นดวงตาของเหล่าตัวตนอมตะ พวกมันเหมือนกับคนที่มีชีวิตแต่เป็นเพียงซากศพ

ศพเหล่านี้คล้ายกับเทพที่แท้จริงพวกมันยังมีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบร่างกาย ผู้นำนิกายในตำนานยังสั่นสะท้านและรู้สึกหวาดกลัว

บางศพในที่นี่เหมือนกับเป็นราชันเทพ ทั้งสามพวกมันมีมงกุฏพร้อมด้วยสมบัติระดับแท้จริง - ราชันเทพมงกุฏที่แท้จริง อันดับหนึ่งในหมู่ราชันเทพ ผู้ที่สามารถบดขยี้โลกได้เพียงหนึ่งมือ แต่ตอนนี้มีถึงสามคนปรากฏตรงหน้าเขา

หากคนอื่นอยู่ที่นี่ พวกเขาอาจจะเข้าใจได้ว่าทำไมราชันเทพถึงได้ตายบนเส้นทางแห่งความตาย มันไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาตายเพราะกลิ่นอายแห่งความตาย แต่เป็นการเผชิญหน้ากับศพที่ทรงพลังยิ่งกว่า

หลี่ฉีเย่ยังคงปราศจากความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายของราชันเทพมงกุฏทั้งสามตัว เขาเอ่ยอย่างสบายๆ " ผีทั้งเก้าสิบเก้าตัว เป็นว่าพวกเจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ "

ในเวลานี้ผีทั้งเก้าสิบเก้าตนได้พุ่งออกมา หลี่ฉีเย่ยกไม้ที่ราวกับกิ่งไม้ขึ้นเหนือหัวและเอ่ย " กุญแจต้นกำเนิดบรรพชนผีอยู่ที่นี่ ! ผีทั้งเก้าสิบเก้าตนจงถอยไป ! "

ผีทั้งเก้าสิบเก้าตัวสามารถฉีกขาและแขนของหลี่ฉีเย่ได้ทุกขณะ แต่ในเวลานี้พวกมันทั้งหมดมองไปยังกุญแจด้วยสายตาที่แดงก่ำ

หลี่ฉีเย่ได้รับกุญแจนี้มาตั้งแต่อยู่ที่เมืองนับร้อย แต่โลกไม่ได้รู้ถึงมัน

เหล่าผีจ้องไปยังกุญแจและยืนนิ่ง

" สิ่งนี้ดูเหมือนจะยังไม่สามารถออกคำสั่งกับพวกเจ้าได้สินะ โชคดีที่ข้าเตรียมตัวมาพร้อม " หลี่ฉีเย่ได้นำสิ่งของที่ทำให้เต๋าจำนวนมากสั่นไหวและกลายเป็นสีเทา สุดยอดทักษะที่ดูเหมือนจะมีเจตจำนงของตัวมันเองปรากฏบนฝ่ามือ

" ติงงง ! " ท่วงทำนองของสุดยอดเต๋าปรากฏออกมา พร้อมกับหอกที่หาชมได้ยากปรากฏอยู่บนมือของเขา

หลี่ฉีเย่ยกกุญแจไม้ด้วยมือข้างหนึ่งและหอกด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ก่อนจะคำราม " หอกผนึกต้นกำเนิดอยู่ที่นี่ ! ผีศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าสิบเก้าจงล่าถอยไป !  "

หอกผนึกต้นกำเนิดนั้นมีต้นกำเนิดที่น่าเหลือเชื่อ มันเป็นสุดยอดสมบัติที่ยืมมาจากเจ้าตำหนักบุปผาบรรพชน สุดยอดสมบัติล้ำค่าที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

เหล่าผีมองไปยังกุญแจจากนั้นก็มองไปยังหอกของหลี่ฉีเย่ด้วยความหวาดกลัว ด้วยตาสีแดงของพวกมันสายก่อนจะถอยให้กับหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่อมยิ้มกลังจากเห็นผีทั้งหมดถอยออกไปและเอ่ย " หลายล้านปีผ่านไป พวกเจ้าก็ตายกันมานานแล้ว แต่พวกเจ้ายังรู้เสียใจ ? หากเวลานี้ข้าทำสำเร็จ ข้าจะช่วยเหลือพวกเจ้าเอง "

ผีทั้งเก้าสิบเก้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิต พวกมันเคยเป็นตัวตนที่น่ากลัวในยุคอดีต แต่พวกมันได้พบจุดจบที่น่าอนาภและกลายเป็นวิญญาญร้ายที่เฝ้าสถานที่นี่มากว่าล้านปี

ผีทั้งเก้าสิบเก้ามองดูหลี่ฉีเย่เดินจากไป จากนั้นพวกมันก็เดินกลับเข้าไปยังกลิ่นอายความตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

* * *

ไม่นานหลังจากหลี่ฉีเย่เดินเข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย ชิ้นส่วนข่าวใหม่ก็ถูกส่งไปยังทั้งห้าเขต

" อะไรนะ ? ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังมา ? นี้เรื่องจริง ? " บรรพชนจากนิกายทรงอำนาจสั่นสะท้านหลังจากได้ยินข่าวนี้

ศิษย์ของมันรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " เรียนท่านบรรพชน ข่าวนี้เป็นความจริงร้อยเปอเซน ท่านลุงหนึ่งเห็นพวกเขาด้วยสายตาของตัวเองเพราะเขามีหน้ารับผิดชอบตอนรับผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นข้าจึงรีบมารายงาน " ศิษย์ดังกล่าวยืนยันจากแหล่งข่าวของมัน

การแสดงออกของบรรพชนจากนิกายทรงอำนาจเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินเรื่องนี้ สองวันก่อนปรมจารย์หยินหยางยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด และหลายคนได้ยินพวกมัน ดังนั้นภายในสองวันที่ผ่านมาเหล่าขุมอำนาจและเชื้อสายจักรพรรดิจึงมีการคาดเดามากมาย

แต่ตอนนี้ ข่าวลือนั้นได้รับการยืนยันแล้ว นี้จะไม่ให้ผู้คนตื่นตระหนกได้อย่างไร ?

ความจริง ข่าวนี้ได้เดินทางไปยังรวดเร็วให้คนอื่นๆรับรู้ เชื้อสายของจักรพรรดิยืนยันมันได้ก่อนนิกายทรงอำนาจ

" มันแปลกมาก ผู้นำเมืองบรรพชนมาด้วยตัวเองก็เรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้แม้แต่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ยังมาด้วย " ทุกนิกายล้วนระวังตัว และเผ่าพันธ์ผีก็เตรียมความพร้อมอย่างสูง

บรรพชนจากเชื้อสายจักรพรรดิให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่าง เขาจึงเอ่ยถามคนของเขาอย่างเคร่งขรึม " ตัวตนแบบใดกันที่มาในเวลานี้ ? "

ผู้ส่งสารของพวกมันเอ่ยด้วยความมั่นใจ " เรียนท่านบรรพชน ข้าได้ยินว่าหัวหน้าผู้พิทักษ์มาด้วยตัวเอง "

ใบหน้าของบรรพชนนั้นกลายเป็นน่าเกลียดและเอ่ย " ผู้อาวุโสของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์จากรุ่นก่อน...นี้พวกเขามาเพราะเกาะที่สูญหาย ? หรือว่าเรื่องอื่นกันแน่ ? "

เมื่อข่าวนี้กระจายออกไป ผู้เชียวชาญจำนวนมากสับสนหลังจากได้ยินมัน " ผู้คนไม่ได้บอกว่าประตูของอาณาจักรบรรพชนจะเปิดทุกๆร้อยปีหรอกรึ ? มันยังไม่ถึงเวลานับแต่ครั้งสุดท้ายที่มันเปิด เช่นนั้นทำไมมันจึงเปิดออกเร็วเช่นนี้ ? "

ราชันผีคนหนึ่งเอ่ย " มันมีวิธีการ แน่นอน อาณาจักรบรรพชนนั้นต้องการส่งคนลงมา แต่พวกเขาไม่ต้องการจะจ่ายราคาของมัน ดังนั้นนี้จึงต้องเป็นเหตุการที่สำคัญอย่างมากถึงกับทำให้หัวหน้าผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์มาด้วยตัวเอง โดยปกติแล้วพวกเขาจะส่งมาเพียงสมาชิกของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ลงมาเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ตอนนี้หัวหน้าผู้พิทักษ์มาด้วยตัวเอง แสดงว่ากำลังมีบางอย่างที่สำคัญจะเกิดขึ้น "

" เมืองบรรพชนนั้นไม่เคยเข้าไปยังหลุมฝังศพมาก่อน ครั้งแรกก็นำผู้นำเมืองมาด้วยตัวเอง ตอนนี้หัวหน้าผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมา " ตัวตนทรงอำนาจเอ่ยด้วยอารมณ์ " หรือจะมีไข่ของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในเกาะที่สูญหายกัน ? "

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

562

529

566