576
ตอนที่ 576 กวาดผ่านความคิดของฝูงชน
ปรมจารย์หยินหยางนั้นประหลาดใจอย่างมากที่เห็นหลี่ฉีเย่ใช้อาวุธตั้งแต่แรกเริ่ม คันฉ่องนั้นเป็นอาวุธระดับเดียกับจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง และอำนาจของมันไม่อาจจะถูกหยุดยั้งโดยร่างกายของปรมจารย์ได้ ทำให้เขาถูกฆ่าทันที
ใครจะคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น ? จนถึงตอนนี้หลี่ฉีเย่แทบจะไม่เคยใช้อาวุธทรงพลังเพื่อฆ่าศัตรู ตอนนี้เขาจบชีวิตราชันเทพสวรรค์ด้วยหนึ่งการเคลื่อนไหว หากเขาไม่ใช้อาวุธ บางทีปรมจารย์อาจจะไม่ได้ตายในทันที
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ทำให้หลายคนกลายเป็นโง่งม ใครจะคาดคิดว่าหลี่ฉีเย่จะฆ่าใคนสักคนเพียงเพราะทะเลาะกันด้วยวาจา ? การกระทำดังกล่างนั้นไม่ต่างอะไรจากการประกาศตัวเป็นศัตรูกับประตูหยินหยาง
หลังจากเห็นการตายของปรมจารย์ ผู้ช่วยชาญจากเมืองบรรพชนด้านหลังก็เริ่มคำราม " ยอมจำนนซะ ! "
ภายในพริบตา ผู้เชียวชาญจำนวนมากก็ใช้สมบัติโจมตีมายังหลี่ฉีเย่
หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างไม่แยแสพร้อมกับเสียงคำราม วงแหวนทั้งสิงสองปรากฏพร้อมกับไข่มุกหยินหยางโลหิตที่คลุมชั้นฟ้า พลังงานอมตะจากคันฉ่องปะทุออกมาจากนั้นก็เก็บสมบัติทั้งหมดที่โจมตีเข้ามา ขณะเดียวกันกายาคู่อมตะก็แสดงอำนาจของมันอย่างถึงที่สุด มิติทันใดนั้นก็บิดเบี้ยว หลี่ฉีเย่พริบตาก็มาก็ปรากฏด้านหลังผู้เชียวชาญทั้งหมด
ฉากที่งดงามทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้่นต่อหน้าทุกคน ด้วยเสียงฉึบ สมบัติทั้งหมดได้ระเบิดราวกับดอกไม้ไฟยามค่ำคืน และเสียงระเบิดของมันดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระดูกที่แตก ช่วงเวลาที่หลี่ฉีเย่หายไป ผู้เชียวได้สูญเสียทั้งสมบัติและร่างกายของพวกเขา เศษเลือดและเนื้อระเบิดออกจากร่างกายของพวกเขา
ด้านบนขึ้นไปมีดอกไม้ไฟหลากสีสันปรากฏ สมบัติจำนวนมากได้ระเบิดพร้อมกับซากของผู้เชียวชาญจำนวนมากได้ระเบิดและเศษเนื้อตกลงมายังพื้นดิน ฉากนี้ทำให้ทุกคนแทบอยากจะอ้วก
ด้วยอำนาจของสองกายาอมตะและคันฉ่องไม่มีใครหนีพ้นความตายได้
หลี่ฉีเย่ฆ่าผู้เชียวชาญจำนวนมากภายในพริบตา ทำให้มีเสียงคำรามดังออกมาจากเมืองบรรพชน " สารเลว อย่าได้เฮิมเกริมมากนัก ! "
เสียงคำรามนี้ราวกับจะฉีกโลกออกเป็นชิ้นๆ มันดังออกมาจากชายชรานับสิบคนที่พุ่งออกมาพร้อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์รอบตัวราวกับเป็นเทพ อำนาจของพวกเขาทำให้หลายคนสั่นสะท้าน แม้แต่องค์รักษ์เทพสวรรค์ก็ยังไม่สามารถยืนได้
หลี่ฉีเย่เคลื่อนไหวเป็นคนแรกเมื่อเห็นชายชราจำนวนมากพุ่งออกมาจากฆ่า
คันฉ่องส่องประกายอีกครั้งด้วยจันทร์เลือดปรากฏและดวงตะวันสีทองปรากฏ พลังงานในสายเลือดของเขายังกลั่นพวกมัน ในเวลานี้คันฉ่องในมือส่องสว่างยิ่งกว่าดวงอาทิตย์นับสิบดวง
นี้เป็นการโจมตีที่สามารถเทียบได้กับอำนาจทำลายสวรรค์หรือกระทั้งสุดยอดการโจมตีจากสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง !
อำนาจทำลายสวรรค์นั้นเป็นสุดยอดการโจมตีจากอาวุธจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง การโจมตีที่แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังกลายเป็นขี้เถ้าเพราะมัน
ในเวลานี้คันฉ่องดูเหมือนกำลังเปิดประตูสู่โลกอมตะด้วยสองสุดยอดอำนาจอมตะ หนึ่งคือสุดยอดเปลวไฟหยางขณะที่อีกหนึ่งคือเปลวไฟหยินอมตะ เปลวไฟของหยางอมตะนั้นสามารถแผดเผาได้ทั้งเก้าชั้นฟ้าขณะที่เปลวไฟหยินอมตะนั้นสามารถกลั่นได้ทั้งเก้าโลก
ภายใต้แรงกดดันนี้ ราชันเทพสวรรค์ทั้งหมดล้วนถูกกำราบให้หมอบกราบลงกับพื้นและไม่สามารถโง่หัวขึ้นมาได้
การระเบิดอำนาจครั้งนี้ทำให้ทุกเขตสั่นสะเทือน ผู้ฝึกตนคนอื่นภายในหลุมฝังศพแห่งลางร้ายล้วนหวาดกลัวออกมาจากจิตใจ บรรพชนจากนิกายทรงอำนาจที่มีความสามารถท้าทายสวรรค์กลายเป็นหน้าซีด
" นี้บ้าไปแล้ว หรือนี้จะเป็นอำนาจสังหารจักรพรรดิหรือว่าอำนาจทำลายสวรรค์ ? อย่าบอกข้านะว่ามีคนต้องการจะทำลายเขตทั้งห้า ? " บรรพชนคหนนึ่งกรีดร้องอย่างสยอง
อำนาจสังหารจักรพรรดินั้นเป็นสุดยอดการโจมตีที่ปล่อยออกมาจากอาวุธจักรพรรดิระดับชีวิต ขณะที่อำนาจทำลายสวรรค์เป็นสุดยอดการโจมตีที่ปล่อยออกมาจากอาวุธจักรพรรดิระดับแท้จริง ทั้งสองล้วนเป็นสุดยอดการโจมตี และอาจจะกล่าวได้ว่ามีเพียงไม่กี่คนในโลกที่ปลดปล่อยการโจมตีเช่นนี้ได้
การระเบิดของสองพลังโจมตีนี้ทำลายทุกอย่างตรงหน้าของพวกมัน ใครบ้างที่ยับยั้งสุดยอดหยินและสุดยอดหยางได้ ?
" ทะลวงโชติช่วง - สุดยอดการโจมตีของจักรพรรดิอมตะเฟยหยาง ! ถอยเร็วเข้า ! " ผู้นำเมืองบรรพชนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว หลังจากเห็นหลี่ฉีเย่ปลดปล่อยอำนาจนี้จากคันฉ่อง
เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับการโจมตีนี้มาก่อน จักรพรรดิอมตะเฟยหยางใช้มันเพื่อทำลายอาณาจักรบรรพชน !
ทว่ามันได้สายเกินไป สุดยอดหยางและสุดยอดหยินได้กวาดผ่านและเผาทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่าน คนจำนวนมากจากเมืองบรรพชนถูกเผาโดยไม่เหลือร่องรอย
หลังจากการโจมตีครั้งนี้ หลี่ฉีเย่ก็เดินเข้าไปยังเส้นทางแห่งความตายโดยกลิ่นอายที่กดขี่ผู้คนและไม่สนใจโลก
ผู้เชียวชาญจำนวนากล้มเหลวจากการหยุดเขา หลี่ฉีเย่ได้เปิดเส้นทางเลือดของตัวเองดังที่เคยกล่าวก่อนหน้า
" เดรัจฉาน ! " จากภายในค่าย เสียงคำรามที่ดุร้ายดังออกมา
รัศมีของจักรพรรดิปรากฏ เหล่าคนตายจากเมืองบรรพชนไม่สามารถทนได้และทำลายผนึกของพวกเขาออกมา บรรพชนคนนี้พุ่งไปด้านหน้าด้วยกลิ่นอายจักรพรรดิ ชัดเจนว่าเขาแบกอาวุธจักรพรรดิไว้ในมือ
" ไม่ ปล่อยเขาไป อย่าได้เสียอายุไปเพราะผู้เยาว์คนหนึ่ง " ผู้นำเมืองบรรพชนรีบหยุดยั้งบรรพชนที่ถืออาวุธจักรพรรดิไว้ทันที
ในเวลานี้ หลี่ฉีเย่ก็กำลังเลือกเดินเข้าไปยังเส้นทางแห่งความตาย เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับบรรพชนที่พึงออกมาและผู้นำเมืองบรรพชนและเอ่ยอย่างผ่อนคลาย " ข้ากำลังยุ่งอยู่กับเส้นทางแห่งความตายและไม่มีเวลามาเล่นกับพวกเจ้า ข้าจะเหยียบย้ำเมืองบรรพชนของพวกเจ้าทิ้งยามข้ากลับมา ! "
บรรพชนที่พึงออกมาเกือบจะอาเจียนด้วยเลือดจากความโกรธและพุ่งไปด้านหน้า หลี่ฉีเย่นั้นฆ่าผู้เชียวชาญจากเมืองบรรพชนมากกว่าร้อยภายในพริบตา แม้เว้นแม้แต่ราชันเทพสวรรค์ นี้จะไม่ให้เมืองบรรพชนโกรธได้อย่างไร ?
ทว่าผู้นำเมืองบรรพชนเอ่ยตัดบท " ปล่อยเขาไป หากเข้าต้องการไปยังนรก เช่นนั้นก็ให้เขาไป " สายของเขาจับจ้องไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยแววตาที่น่ากลัว เมื่อหลี่ฉีเย่ก้าวเข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย ผู้นำเมืองบรรพชนก็มองเขาราวกับมองคนตาย
การประกาศของหลี่ฉีเย่ทำให้ทุกคนตกตะลึง เขานั้นจองหองและประกาศว่าจะทำลายเมืองบรรพชน ! หลี่ฉีเย่เป็นเพียงคนเดียในยุคนี้ที่กล้าจะพูดถอยคำเหล่านี้ออกมา
หลี่ฉีเย่ขี้เกียจเกินไปที่จะสนใจศัตรูและหายเข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย
" ไปลงนรกซะ อย่าได้กลับมา ไม่เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปกลับเอง ! " บรรรพชนที่พึงออกมาสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น แต่เขาไม่ได้ไล่ตามหลังจากเห็นหลี่ฉีเย่เข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย
ผู้นำเมืองบรรพชนสงบอย่างมากเหมือนกับเขามองว่าหลี่ฉีเย่ได้ตายไปแล้ว ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา แม้แต่ราชันเทพก็ไม่เว้น
สำหรับคนที่เหลือ...คำประกาศก่อนหน้านับว่าทำให้ทุกคนตกใจกลัวมากแล้ว แต่ฉากตรงหน้าที่พวกเขาเห็น เห็นหลี๋ฉีเย่เดินเข้าไปยังเส้นทางแห่งความตาย พวกเขายิ่งกลายเป็นสับสนมากขึ้น ความคิดแรกของพวกเขาคือหลี่ฉีเย่ต้องเป็นคนบ้าหรือไม่ก็เหนื่อยกับการมีชีวิตมากเกินไป
" หรือเขาจะบ้าไปแล้ว ? " ราชันเทพสวรรค์จากยุคก่อนเอ่ยถามอย่างงุนงง
พวกเขาสามารถเข้าใจได้หากเขาเลือกเส้นทางชีวิต การปราบปรามเส้นทางนี้เป็นสิ่งที่อัจฉริยะควรจะเลือด ตี๋เชาก็ได้มีโอกาสเข้าในนั้นมาแล้ว ดังนั้นที่ทุบตีตี๋เชาได้ ผู้คนเข้าใจได้ว่าหลี่ฉีเย่สามารถเข้าสู่เส้นทางแห่งชีวิตได้เช่นกัน
ทว่ามันดูเหมือนว่าเขาจะบ้าไปแล้วที่เลือกเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งความตาย
ทุกคนรู้ดีว่าเส้นทางแห่งความตายไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับมา โอกาสรอดของมันเรียกได้ว่าไม่มี แม้แต่ราชันเทพก็ไม่เว้น สิ่งมีชีวิตที่สามารถสู้กับจักรพรรดิอมตะได้รามสามร้อยถึงห้ารอยกระบวนท่า ลองคิดเกี่ยวกับมัน ราชันเทพตายในเส้นทางแห่งความตาย ยังจะมีใครกล้าเข้าไปในเส้นทางนี้อีก ?
ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปโดยรอบ ทำให้ผู้ฟังทุกคนกลายเป็นบ้าคลั่ง คำประกาศของเขาที่จะทำลายเมืองบรรพชน ยังไม่น่าตระหนกพอกับที่เขาเข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย
" คนหนึ่งอาจจะมีอำนาจท้าทายสวรรค์ได้ แต่ไม่ใช่กับความตาย " ตัวตนที่ทรงอำนาจถอนหายใจหลังจากได้ฟังเรื่องนี้ " เขานั้นกำลังจะมีชีวิตที่ดีแต่เลือกเข้าเส้นทางแห่งความตาย นี้มันต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย ? "
ตัวตนที่ยิ่งใหญ่จากเผ่าพันธ์มนุษย์ถอนหายใจด้วยความเสียใจ
" หลี่ฉีเย่มีอะไรผิดพลาดหรือไม่ ? เอาชนะตี๋เชาและมีสิบสองวงแหวน เพียงพอแล้วที่เขาจะเป็นอันดับหนึ่งในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ และกลายเป็นจักรพรรดิอมตะในอนาคตโดยไม่มีปัญหา หากเขายังทำเช่นนี้ต่อเขาจะกลายเป็นตัวตนอมตะ ทำไมเขาถึงเลือกเข้าเส้นทางแห่งความตายในตอนนี้ด้วย ? " ผู้เชียวชาญอีกคนเอ่ยเสริม
ในช่วงเวลาสั้นๆ หลายคนไม่เข้าใจทำไมหลี่ฉีเย่ถึงเลือกเส้นทางนี้ พวกเขาคิดได้เพียงคำตอบเดียว ' คือเบื่อการมีชีวิต
อยู่ '
ขณะที่หลายคนสับสัน หลี่ฉีเย่เดินเข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย
เส้นทางแห่งความตายนั้นเงียบและปกคลุมไปด้วยหมอกที่น่ากลัว หลี่ฉีเย่ค่อยๆเดินเข้าไปและเห็นซากศพใต้ฝ่าเท้ามากขึ้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นตัวตนทรงอำนาจขณะที่มีชีวิต มีกระทั้งศพของบรรพชนเที่ยงธรรม
เขาเดินผ่านกองกระดูกขาวด้วยบรรพยากาศที่เงียบสงบและน่ากลัว เสียงเหยียบกระดูกดังออกมาทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น