575
ตอนที่ 575 ผู้นำเมืองบรรพชน
น้ำเสียงของปรมจารย์หยินหยางนั้นก้าวร้าวและทำให้ผู้ชมที่อยู่ใกล้ๆสั่น
ประตูหยินหยางนั้นไม่ได้แข็งแกร่งกว่าดินแเดนเล็บจันทร์เสี้ยวและแน่นอนว่าไม่สามารถเทียบกับยอดยุคอาณาจักรโบราณและภูเขาอาณาจักรอมตะ ไม่ต้องเอ่ยถึงบัลลังก์หมื่นกระดูก
ทว่าประตูหยินหยางในรุ่นนี้สามารถปีขึ้นที่สูงและเหนือล้ำกว่าทุกคน ปรมจารย์หยินหยางจึงไม่เห็นใครอยู่ในสายตาและโลกจะต้องสยบให้กับเขา
แม้ว่าหลายขุมอำนาจจะเกลียดเขาและเชื้อสายจักรพรรดิจำนวนมากจะไม่ชอบเขา แต่พวกเขาก็ไม่กล้ทำอะไรเพราะลูกที่มากพรสวรรค์ของเขา
หลี่ฉีเย่จ้องมองปรมจารย์หยินหยางอย่างเย็นชาหลังจากเห็นความหยิ่งยโสของเขาและเอ่ย " ถ้าเจ้าและอาณาจักรบรรพชนมาคุกเข่าและขอร้อง ข้าอาจจะคิดเกี่ยวกับการมอบกุญแจให้บ้าง แต่ตอนนี้ ? ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า ! "
ผู้เชียวชาญจากเมืองบรรพชนนั้นเปลี่ยนการแสดงออกของพวกเขาหลังจากได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของปรมจารย์เองก็จมลงเช่นกัน
ผู้ฝึกตนโดยรอบหัวใจของพวกเขาตื่นตระหนก ทัศนคติของหลี่ฉีเย่นั้นจองหองและไม่ไว้หน้าอาราจักรบรรพชน ไม่ต้องกล่าวถึงผู้เยาว์ในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่บรรพชนหรือผู้นำนิกายในตำนานก็ยังไม่กล้าอวดดีต่อหน้าอาณาจักรบรรพชน
ใครยังจะกล้าอวดดีเมื่ออยู่ต่อหน้าอาณาจักรบรรพชน ? แต่ตอนนี้ หลี่ฉีเย่บอกให้คนทั้งกลุ่มไสหัวออกไปจากที่นี่ - นี้มันเกิดนขอบเขตของคำว่าบ้าไปแล้ว
บางคนพึมพำ " จอมโหดเหี้ยมก็ยังเป็นจอมโหดเหี้ยม มีเพียงคนเช่นเขาที่กล้าจะสังหารตี๋เชา "
หัวใจของคนอื่นจมลงด้วยความกลัว การแสดงออกของหลี่ฉีเย่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มองอาณาจักรบรรพชนอยู่ในสายตา เขาแสดงออกว่าเป็นศัตรูกันอย่างชัดเจน !
ปรมจารย์หยินหยางด้วยใบหน้าที่มืดมนฉีกยิ้มเย็นชา " เด็กน้อย แม้ว่าเจ้าจะน่าเกรงขามและไม่มีใครในผู้เยาว์สู้กับเจ้าได้ อย่าได้ลืมว่าเจ้ายังเป็นเพียงผู้เยาว์และเส้นทางยังอีกยาวไกล ระดับของเจ้าอาจจะน่าตกใจในหมู่ผู้เยาว์ แต่เจ้ายังเป็นเพียงหมดเมื่อเทียบกับเหล่าผู้อาวุโสและอาณาจักรบรรพชน "
" แล้วยังไง ? " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ " เจ้าไม่จำเป็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าไม่มีเวลามาคุยเล่นกับเจ้าเข้าใจไหม ? อย่างได้ขว้างทางการไปยังเส้นทางแห่งความตายของข้าหรือไม่เช่นนั้นข้าจะอาบเส้นทางนี้ด้วยเลือดของพวกเจ้า ! "
คำประกาศที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวและไร้ความกลัวนี้ทำให้ผู้ฝึกตนมองหน้ากันและกัน บรรดาผู้ที่กล้าจะประกาศว่าจะสังหารหมู่เมืองบรรพชนในโลกนี้อาจจะนับได้ด้วยนิ้วมือ แต่หลี่ฉีเย่เป็นคนเดียวที่กล้าในหมู่รุ่นเยาว์
พวกเขาทัดในั้นก้เข้าใจว่าทำไมหลี่ฉีเย่ได้รับฉายาว่า ' จอมโหดเหี้ยม ' เขาเหมาะกับชื่อนี้อย่างมาก
ขณะที่ผู้เชียวชาญด้านหลังปรมจารย์ขมวดคิ้วและเอ่ย " นี้เรียกไม่รู้จักชีวิตและความตาย ! " พวกเขาจ้องมองไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาที่น่ากลัว
ในเวลานี้ ย้อนกลับไปยังค่ายพักเมืองบรรพชน เสียงระเบิดดังออกมาทำให้โลกสั่นสะเทือน เสียงนี้ทำให้องค์รักษ์เทพสวรรค์หลายคนสั่นสะท้าน
ชายชราที่ปกคลุมไปด้วยแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่เหนือค่าย เขานั้นมีกลิ่นอายที่สูงส่งราวกับนั่งอยู่บนบนบัลลังก์ของชั้นฟ้า แม้ว่ากลิ่นอายของเขาจะไม่มีความอันตรายหรือพลังงานในสายเลือดที่น่ากลัว แต่เพียงแสงศักดิ์สิทธิ์ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนสั่น
คลื่นแสงศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เป็นเหมือนหอกที่เจาะผ่านชั้นฟ้าลงมา ความสว่างของแสงนี้ทำให้ทุกคนเกิดความกลัวในใจ
ปรมจารย์หยินหยางยินดีที่ได้เห็นชายชราคนนี้ และเอ่ยเตือนหลี่ฉีเย่ " เด็กน้อย เจ้ามั่นหยิ่งยโสเกินไป ด้วยคำกล่าวของเจ้ายามนี้ แม้ว่าข้าจะไม่สั่งสอนเจ้า ผู้นำเมืองก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป ! "
นี้เป็นผลลัพธ์ที่เขาตั้งใจเพราะต้องการจะฆ่าหลี่ฉีเย่ ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้มีความขัดแย้งกับหลี่ฉีเย่มากนัก แต่ตอนนี้มันต่างออกไป หลังจากหลี่ฉีเย่เอาชนะตี๋เชาได้
การพ่ายแพ้ของตี๋เชาทำให้ปรมจารย์หวาดกลัว เพราะว่าพวกเขาเป็นเชื้อสายจักรพรรดิที่มาจากชายแดนใต้ ปรมจารย์จึงรู้จักความแข็งแกร่งของตี๋เชาเป็นอย่างดี
ทว่าคนที่น่ากลัวอย่างตี๋เชา กลับพ่ายแพ้ต่อหลี่ฉีเย่ นี้ทำให้ปรมจารย์กังวลเกี่ยวกับลูกชายเขาอย่างมาก ความกังวลนี้มีตั้งแต่ตอนที่ตี๋เชายังมีชีวิตอยู่และเขารู้ดีว่าลูกชายเขาไม่ได้แข็งแกร่งกว่าตี๋เชา
เขาไม่ได้หวังเพียงลูกชายของเขาจะเป็นเพียงผู้ปกครองอาณาจักรบรรพชนในอนาคต เขาหวังว่าลูกชายของเขาจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะเช่นกัน เช่นนั้นประตูหยินหยางจะเป็นหนึ่งนิกายสองจักรพรรดิอมตะ
ในยุคที่มีอัจฉริยะเช่นตี๋เชาและเทียนหุยหลี่ ปรมจารย์นั้นเต็มไปด้วยความหวัง แม้ว่าตี๋เชาจะเปล่งประกายแต่ลูกชายของเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่า อาณาจักรบรรพชนนั้นฝึกฝนชานหยางยังดีเพื่อให้กลายเป็นจักรรพรดิ
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างในเปลี่ยนไปเพราะมีม้ามืดมาเอาชนะตี๋เชาได้ ? นี้ทำให้ปรมจารย์กังวลเกี่ยวกับลูกชายเขาอย่างมาก
ตอนนี้ ในเมื่อหลี่ฉีเย่แสดงตัวออกมา มันก็เป็นโชคดีอย่างมาก นี้เป็นสิ่งที่ผู้คนเรียกว่า " ทางที่ขึ้นสวรรค์กับไม่เดิน แต่เลือกเดินลงสู่เส้นทางแห่งนรก " ปรมจารย์หยินหยางมุ่งมั่นที่จะฆ่าหลี่ฉีเย่เพื่อปู่เส้นทางให้กับลูกของเขา
เขาต้องการจะใช้โอกาสที่หายากนี้ยืมมือเมืองบรรพชนฆ่าหลี่ฉีเย่ ก่อนที่ปึกของชานหยางจะแข็งแกร่งขึ้น
" ผู้นำเมืองบรรพชน ! " กลุ่มของผู้ฝึกตนกลายเป็นตกตะลึงหลังจากได้ยินคำกล่าวของปรมจารย์ แม้แต่ผู้อาวุโสจากรุ่นก่อนก็ยังหวาดกลัว
" ผู้นำเมืองบรรพชนนั้นเป็นตัวตนที่ท้าทายสวรรค์และน่าสะพรีงกลัวอย่างมากในยุคของเขา ตำนานกล่าวว่าเขามีเต๋าเช่นเดียวกับจักรพรรดิอมตะต้ากง ! " ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยถึงตำนานของเขาและสั่นสะท้าน
อีกคหนนึ่งอุทานและเอ่ย " สำหรับผู้นำเมือง การที่เขาจะปรากฏตัวออกมานี้มัน...น่าตกตะลึงอย่างมาก "
ทว่าหลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้สนใจผู้นำเมืองที่พึงปรากฏและกล่าวอย่างไม่แยแส " เช่นนั้นก็ดี คำตอบของข้ายังเหมือนเดิม เจ้าต้องการกุญแจใช่ไหม ? ลืมมันซะ ! สุนัขที่ดีจะไม่ขว้างทางของเจ้า ตอนนี้ก็ไสหัวไป ! "
ความหยิ่งยโสของหลี่ฉีเย่ทำให้ ปรมจารย์ยิ้มอย่างมีความสุขเพราะมันหมายถึงหลี่ฉีเย่จะต้องตายแน่นอน ด้วยผู้นำเมืองอยู่ที่นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะลงมือฆ่าหลี่ฉีเย่
" เจ้ากำลังจะตายในไม่ช้า " เขาคิดกับตัวเองก่อนจะเอ่ยกับหลี่ฉีเย่อย่างเย็นชา " เด็กน้อย อย่าได้มาทำตัวจองหองที่นี่ นิกายพันแม่น้ำหวนเพียงลำพังไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ อีกไม่กี่วันนี้ สมาชิกของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังจะมา ฮึ่มม เพียงนิกายพันแม่น้ำล้วนเป็นพวกไร้ค่า ไม่มีอะไรในโลกสามารถช่วยเจ้าได้ มอบกุญแจมาและคุกเข่าขอความเมตตาต่อผู้นำเมืองซะ บางทีผู้นำเมืองอาจจะใจดีและให้เจ้าตายอย่างสบาย ! "
" อะไระน ?! ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังจะมา ? เป็นไปไม่ได้ เทพผู้ปกป้องดินแดนจะลงมาก่อนที่จะเปิดประตูได้อย่างไร ? "
ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเทพที่คุ้มครองอาณาจักรบรรพชน ตัวตนของพวกเขาเป็ฯดังเทพที่แท้จริง ตำนานกล่าวว่าบรรพบุรุษเผ่าพันธ์ผีก็ยังมีชีวิตและหลับอยู่ในอาณาจักรบรรพชน ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์มีหน้าที่ปกป้องต้นกำเนิดของเผ่าพันธ์ผีและทำให้อาณาจักรบรรพชนไม่มีทางพ่ายแพ้ได้
มันเป็นเรื่องยากที่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏตัวหากไม่มีเรื่องใหญ่เกินขึ้น ด้วยเหตุนี้จะไม่เห็นคนที่ได้ยินรู้สึกสยองได้อย่างไร ?
แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็ยังหน้าซีดและเอ่ยขาสั่น " เทพกำลังจะลงมาสู่โลกของพวกเรา...นี้เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญ ! "
ผู้ฝึกตนคนอื่นก็ตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงอย่างมาก พวกเขารู้สึกว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาถึง
" พูดมาก น่ารำคาญ ! " ดวงตาของหลี่ฉีเย่ส่องประกายพร้อมกับอกที่ฉีกออก กายาอเวจีอมตะและกายาไร้นภาอมตะถูกใช้ออกในเวลาเดียวกัน พริบตาต่อมาร่างกายของหลี่ฉีเย่ก้หายไป
ปรมจารย์หยินหยางนั้นคือราชันเทพสวรรค์ที่น่าทึ่ง เขานั้นตกตะลึงและพยามเปิดใช้ทักษะจักรพรรดิแต่มันสายเกินไป กายาไร้นภาอมตะนั้นเร็วเป็นอย่างมาก มันเป็นอันดับนหนึ่งในความเร็วที่กวาดผ่านยุค ไม่ต้องพูดถึงอำนาจของมันยามใช้พร้อมกับกายาอเวจีอมตะ นำหนักของมันเพียงพอจะทำให้สวรรค์พังทลาย น้ำหนักของมันกำราบได้ทั้งเทพและปีศาจ !
" ตูม !! " เสียงกระดูกแตกพร้อมกับเสียงระเบิดดังออกมา ขณะที่หลี่ฉีเย่กระแทกร่างกายของปรมจารย์ปลิวออกไปพร้อมกับกองเลือดสด แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็ยังไม่สามารถทนต่อสองกายาอมตะได้ ร่างกายของหลี่ฉีเย่เพียงลำพังก็นับได้ว่าเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก !
หลี่ฉีเย่ไม่ได้ใช่พวกมันยามต่อสู้กับตี๋เชา แต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะใช้พวกมัน เสียงยกรีดร้องและเสียงกระดูกแตกของปรมจารย์ทำให้คนอื่นตื่นตระหนก
ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็เป็นถึงราชันเทพสวรรค์ ในขณะที่เขาถูกส่งปลิวออกไป เขาก็เรียกใช้ทักษะอาวุธออกมาและมันทรงอำนาจอย่างมาก พวกมันมุ่งตรงไปฆ่าหลี่ฉีเย่
ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้ให้โอกาสเขาอีก หลังจากส่งเขาปลิวออกไป หลี่ฉีเย่ก็หยิบคันฉ่องกลั่นหยินหยางอมตะออกมา พริบตาต่อมาคันฉ่องได้ส่องแสงออกมาและยิ่งไปที่ร่างของศัตรู
" ฉึก ฉึก ! " สมบัติของปรมจารย์หยินหยางถูกทำลายขณะที่เขากรีดร้อง " อ้ากกก ! "
เขานั้นถูกทะลวงผ่านหน้าอกด้วยแสงที่น่ากลัวทำให้เลือดสาดกระจายไปทุกที่ เขาตายขณะที่สายตาของเขายังเบิกกว้าง เขาไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะเร็วยิ่งกว่าเขา...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น