570
ตอนที่ 570 สามบรรพชนจากดินแดนเล็บจันทร์เสี้ยว
หลายคนกลายเป็นเต็มไปด้วยอารมณ์เมื่อเห็นภูเขาบรรพชนจากไป อัจฉริยะที่พบกับจุดจบเช่นนี้เป็นเรื่องน่าเศร้า สิ่งทำให้ทุกคนเสียใจและความเสียใจนี้ย่ำเตือนว่าเส้นทางสู้การเป็นจักรพรรดิอมตะนั้นอันตรายและโหดเหี้ยม แม้แต่อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมที่สุดอาจจะกลายเป็นกระดูกได้ในพริบตา
เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ชายชราสามคนก้าวออกมาจากฝูงชนจำนวนมาก ทำให้เหล่าคนตกใจรวมถึงเผ่าพันธ์ผี ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกเพราะทั้งสามคนนั้นเป็นบรรพชน
พวกเขาก้าวออกมาพร้อมกับบรรพยากาศที่กดขี่ มันดูเหมือนว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์พยามจะเรียกคือระฆังภาพภูเขาของพวกเขา
" พวกเจ้าต้องการอะไร ? ต้องการจะเล่นกับข้าด้วยจำนวน ? " หลี่ฉีเย่ยังคงไม่แยแสแม้ว่าจะเห็นบรรพชนเที่ยงธรรมทั้งสาม
" สหายหลี่ เจ้าควรจะคืนระฆังภาพภูเขาให้กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา นี้เป็นมรดกที่สืบทอดมาของพวกเรา " บรรพชนชราคนหนึ่งยิ้มเอ่ย " หากเจ้ายินดีที่จะคืนมันมา พวกเราจะไม่ทำให้มันเสียเปล่า "
หลี่ฉีเย่มองไปยังบรรพชนทั้งสามก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ เขาจากนั้น็ส่ายหัวเอ่ย " ไม่มีวัน ! หากศิษย์ของเจ้าโยนสิ่งนี้ออกมา พวกเจ้าก็ควรจะเข้าใจได้ว่ามันเหมือนกับปากระดูกไปให้กับสุนัข ลูกหลานของพวกเจ้าแพ้เพราะไร้ความสามารถ สำหรับระฆังภาพภูเขา ข้ายินดีที่จะรับมันไว้อยู่แล้ว "
คำกล่าวของเขาทำให้บรรพชนทั้งสามคนเปลี่ยนการแสดงออก หนึ่งในพวกเขากล่าวอย่างจริงจัง " เด็กน้อย ถอยกลับไปและดูความกว้างใหญ่ของสวรรค์และปฐพีซะ การมีหนึ่งสหายดีกว่าการสร้างศัตรู การเป็นศัตรูกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาด ! "
" ข้าไม่เห็นจะรู้ว่ามีอะไรแตกต่างกัน เพราะความบาดหมางได้เกิดขึ้นแล้ว จะเป็นอะไรหากเขาเอาระฆังไปด้วย ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างสบายๆขณะมองบรรพชนทั้งสาม
การสร้างออกของบรรพชนอีกคนมืดลงก่อนจะเอ่ย " สหายน้อย เส้นทางนั้นยาวไกล เจ้าคิดจริงๆว่าเจ้าเป็นตัวตนอมตะ ? " เขายังคงเอ่ยต่อ " หากเจ้าคิดเช่นนั้นจริง พวกเราก็ต้องการจะลองปะทะกับตัวตนอมตะ ! "
คำกล่าวของเขาำทให้ทุกคนต่างมองหน้ากัน บรรพชนของเชื้อสายจักรพรรดิกำลังขอท้าประลองกับผู้เยาว์ - นี้เป็นการกระทำที่ต่ำต้อยและน่ารังเกียจเหมือนกับรังแกคนอ่อนแอ
หลี่ฉีเย่หัวเราะก่อนจะมองไปยังทั้งสามและเอ่ย " พวกเจ้าต้องการให้ข้าลองอะไร ? "
บรรพชนเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย " ข้าสงสัยว่าเจ้ากล้าที่จะสู้กับพวกเราหรือไม่ ? ตัวตนอมตะเช่นเจ้าคงไม่กลัวที่จะสู้กับพวกเราใช่หรือไม่ ? "
บรรพชนอีกคนเริ่มเอ่ย " สหายน้อยเป็นอันดับหนึ่งของยุคปัจจุบันและเต็มไปด้วยความกล้าหาญพร้อมทั้งไม่มีใครเทียบได้ หากเจ้าคิดว่าตัวเองสามารถยึดระฆังภาพภูเขาและใช้มันได้แล้ว เช่นนั้นก็อย่าลังเลที่จะสู้สักครั้ง "
บรรพชนคนที่สามเอ่ย " หากสหายน้อยรู้สึกไม่มั่นใจ เช่นนั้นก็ลืมมันซะ ทุกคนทำเพียงแค่สงบลงและเจ้ามอบระฆังพวกเราคืนมา พวกเราจะไม่ทำลายเจ้าอย่างแน่นอน "
บรรพชนทั้งสามร่วมมือกันเพื่อขุดหลุมกับดักให้หลี่ฉีเย่กระโดดลง พวกเขามั่นใจว่าหลี่ฉีเย่อได้รับชัยชนะระดับสูงสุด นอกจากนี้การที่เขาพ่ายแพ้จะทำให้เกิดบาดแผลในจิตใจ ขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้เขาเกิดความผิดพลาดและหัวใจเต๋าของเขาล้มเหลว ด้วยเหตุนี้บรรพชนจึงวางแผนที่จะใช้กับดัก
การกระทำของทั้งสามทำให้เต๋าเบ่ากุ้ยไม่พอใจอย่างมาก เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นไม่เอ่ยสิ่งใดและกำลังรอการตัดสินใจของหลี่ฉีเย่
" เช่นนั้นพวกเจ้าทั่งสามมีความมั่นใจที่จะทุมตีข้า ? " เขาถามขณะเอ่ยมองไปยังบรรพชนทั้งสาม
" พวกเรานั้นไม่กล้าเล่นตุกติก ในตอนนี้ทั่วโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ใครบ้างไม่รับรู้ชื่อเสียงที่โด่งดังของเจ้า ? " บรรพชนคนหนึ่งเอ่ยชื่นชม
บรรพชนคนที่สองรีบเสนอความเห็น " พวกเราชื่อว่าสหายน้อยนี้เป็นบุคคลที่จต้องกวาดผ่านยุคและไม่หลีกเลี่ยงการต่อสู้ แต่พวกเราต้องการพยามอย่างน้อยสักครั้งนึง หากพวกเราพ่ายแพ้ เช่นนั้นพวกเราก้ทำได้เพียงตำหนิว่าตัวเองนั้น่อ่อนแอและดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะไม่ติดตามเอาระฆังคืนอีก หากเจ้าแพ้ พวกเราหวังว่าเจ้าจะคืนมันให้กับพวกเรา "
บรรพชนคนที่สามรีบเอ่ยอย่างรวดเร็ว " หากสหายน้อยคิดว่าเจ้านั้นเสียเปรียบ เช่นนั้นพวกเราจะไม่ใช่อาวุธจักรพรรดิหรือว่าสมบัติ พวกเราจะใช้ความสามารถส่วนตัว เจ้าคงจะไม่คัดค้านเรื่องนี้หรอกใช่ไหม ? นี้จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจ้าอย่างมาก "
ทั้งสามคนนั้นค่อนข้างมีความชัดเจนในความต้องการของพวกเขา แต่ตอนนี้ความคิดของพวกเขาเปลี่ยนไป พวกเขาพูดราวกับต้องการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นมิตร แต่ความจริงคือพวกเขาพยามพลักดันหลี่ฉีเย่เข้าสู้กับดัก
ทว่าฝูงชนได้ตัดสินการกระทำของพวกเขาว่าเป็นความน่ารังเกียจ เป็นธรรมงั้นเหรอ ? ไม่ใช่สมบัติจักรพรรดิและสมบัติใดๆ ? พวกเขาทั้งสามเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมที่อาศัยอยู่มานานและหลี่ฉีเย่เป็นเพียงผู้เยาว์ ไม่ว่าเขาจะมีอำนาจท้าทายสวรรค์ขนาดไหน เขาก็ยังไม่ใช่คู่มือของบรรพชนเที่ยงธรรม
หลี่ฉีเย่หัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของบรรพชนทั้งสาม ทั้งสามคนนั้นไม่มีคุณค่าพอให้เขาลงมือ เขาจึงเอ่ย " หากพวกเจ้ามั่นใจเช่นนั้น ข้าก็จะเล่นกับพวกเจ้าเอง เมื่อพวกเรามาถึงจุดนี้ หยิ่งยโสเพิ่มอีกสักเล็กน้อยก็คงไม่เป็นไร ข้าจะยืนอยู่ตรงบ่อน้ำนี้โดยไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว หากพวกเจ้านั้นทรงพลัง เช่นนั้นก็เข้ามาในนี้ หากพวกเจ้าสามารถนำมันออกไปได้ เช่นนั้นระฆังนี้ก็เป็นของพวกเจ้า พวกเจ้าทั้งสามเข้ามาพร้อมกันได้เลยจะไม่เสียเวลา
การตอบสนองของหลี่ฉีเย่ทำให้บรรพชนทั้งสามตกตะลึง แม้ว่าพวกเขาจะวางกับดักหลี่ฉีเย่ แต่ถึงอย่างการถูกเขาดูถูกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
" สหายน้อยมีความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ " บรรพชนคนหนึ่งเอ่ยอย่างไม่พอใจ
จอมโหดเหี้ยมหลี่ฉีเย่ความแข็งแกร่งของเขานั้นทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่นั้นก็เป็นเพียงผู้เชียวชาญรุ่นเยาว์เท่านั้น บรรพชนทรงอำนาจและเหล่าคนตายที่ผ่านกาลเวลามานับไม่ถ้วนล้วนไม่กลัวหลี่ฉีเย่ อย่างน้อยในเวลานี้ เพราะพวกเขาคือบรรพชนเที่ยงธรรม !
นอกจากนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นเชื้อสายจักรพรรดิ และบรรพชนของพวกเขาผ่านความเป็นตายมานับไม่ถ้วน ทว่าพวกเขากับโดนดูถูกโดยผู้เยาว์นี้ทำให้พวกเขารำคาญอย่างมาก
หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังทั้งสามก่อนจะเอ่ย " วางแผนกับดักเอาไว้และต้องการให้ข้ากระโดดเข้าไป หากพวกเจ้าไม่ต้องการจะรักษาหน้าใดๆข้าก็จะช่วยตอบสนองให้เอง พวกเราไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม พวกเจ้าทั้งสามเข้ามาได้เลย หากพวกเจ้าสามารถนำระฆังไปได้ มันจะกลายเป็นของพวกเจ้า "
" สหายน้อยรักษาคำพูดด้วย ! " บรรพชนทั้งสามรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก หนึ่งพวกเขารีบตีเหล็กตอนที่ยังร้อน " พวกเราจะไม่รับผิดชอบใดๆหากเจ้าบาดเจ็บ มีคำกล่าวว่าอาวุธนั้นไร้ตา..."
หลี่ฉีเย่เอ่ยขัดจังหวะ " เอาละ ข้ารู้ว่าเจ้าจะกล่าวอะไร เพียงแค่เข้ามา ข้าจะรออยู่ในบ่อโดยไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว "
การตอบสนองของหลี่ฉีเย่ทำให้เกิดคำถามมากมาย เขาพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาโดยการทุบตีตี๋เชาแล้ว แต่เขากำลังเผชิญหน้ากับบรรพชนทั้งสามคน นอกจากนี้พวกเขายังมาจากเชื้อสายจักรพรรดิ ! พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นตัวตนที่ทรงพลัง อย่างน้อย พวกเขาก็นเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมในระดับแรกเริ่ม
มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้เยาว์ ไม่ว่าพวกเขาจะทรงพลังแค่ไหน พวกเขาก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะท้าทายบรรพชนเที่ยงธรรม
มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างบรรพชนเที่ยงธรรมและราชันเทพสวรรค์ แม้แต่จุดสูงสุดของราชันเทพสวรรค์ก็ยังโดนบรรพชนเที่ยงธรรมสามัญฆ่าได้โดยง่าย มันเป็นช่องว่างของสวรรค์และปฐพีที่ไม่สามารถผ่านได้
การท้าทายเหล่าบรรพชนเที่ยงธรรมเพียงลำพังเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนคิดว่าหลี่ฉีเย่นั้นบ้า แต่การท้าทายบรรพชนเที่ยงธรรมสามคนทำให้เขาดูจองหองและไม่แยแสโลก สิ่งที่น่ากลัวก็คือเขาประกาศว่าจะไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว !
แม้แต่กลุ่มของเต๋าเบ่ากุ้ยก็ยังกระโดดด้วยความตื่นตระหนกต่อคำประกาศของหลี่ฉีเย่ เพราะว่าพวกเขารู้สึกว่านั้นเป็นไปไม่ได้ หลี่ฉีเย่แม้ว่าจะแข็งแกร่งแต่ระยะห่างระหว่างเขากับบรรพชนก็มากเกินไป
" ในกรณีนี้ ทำตามที่เขาต้องการ " เสียงของบรรพชนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เอ่ย
สำหรับบรรพชนทั้งสาม นี้เป็นโอกาสที่ชั้นฟ้ามอบให้แก่พวกเขา มันเป็นโชคที่ดีมากและพวกเขาจะไม่ปล่อยมันไป ใครจะตำหนิพวกเขาหากหลี่ฉีเย่ตาย ? ทุกคนได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่เอง ดังนั้นแม้ทั้งสามจะร่วมมือกันฆ่าหลี่ฉีเย่ทิ้ง นิกายพันแม่น้ำก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้
ทั้งสองค่อยๆลดความคิดของพวกเขาลงและกระทำการโดยไม่ประมาท
หากเป็นคนอื่นท้าทายพวกเขา พวกเขาจะลงมือฆ่าเจ้าสารเลวนั้นทันที และอาบความโง่ของเจ้าสารเลวนั้นด้วยเลือด
ทว่าพวกเขารู้ดีว่าหลี่ฉีเย่เป็นปีศาจที่ท้าทายสวรรค์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เชื่อว่าหลี่ฉีเย่เพียงลำพังจะจัดการกับพวกเขาทั้งสามได้ พวกเขาก็ยังคงระวังและคิดเพื่อแผนการอื่นหากเหตุการณ์พลิกพัน
เมื่อมาถึงตอนนี้ ทุกคนต่างสูดลมหายใจและเฝ้าดูฉากที่กำลังจะเกิดขึ้น...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น