569

ตอนที่ 569 ตี๋เชาตาย

สี่วงแหวนสร้างเขตแดน แปดวงแหวนสร้างอาณาจักร และสิบสองวงแหวนสร้างสวรรค์ - วลีนี้ถูกส่งต่อมาเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครเคยได้ยินว่ามีคนที่มีสิบสองวงแหวนปรากฏขึ้นมาก่อน

แต่ในเวลานี้ หลายคนสามารถเป็นพยานในปาฏิหาริย์ครั้งนี้ได้

ตอนนี้ หลี่ฉีเย่เป็นผู้ปกครองอมตะที่ถูกเคารพบูชาโดยเทพตนอื่น ในชั้นฟ้า เขาเป็นสุดยอดตัวตนอมตะและไม่มีใครเทียบได้ แม้แต่ตัวตนอมตะก็ยังต้องประกาศตัวเองว่าจะซื่อสัตย์และภักดีกับเขา !

ฉากนี้นั้นทำให้ผู้คนตกตะลึง มันเหมือนกับว่าเขานั้นอยู่เหนือเจตจำนงแห่งสวรรค์และยังไม่ได้แบกมันไว้ ! ในเวลานี้ เขาอยู่บนจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง !

ทุกคัมภีร์และทักษะทุกอย่างล้วนกลายเป็นไร้ความหมายและอ่อนแอ สวรรค์ที่สร้างขึ้นมาจากสิบสองวงแหวนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก สิบสองวงแหวนเพียงพอแล้วที่จะสยบทุกสิ่ง

ยังจะมีทักษะหรือคัมภีร์ใดๆที่ท้าทายสวรรค์ยิ่งกว่าการมีสวรรค์เป็นของตัวเองอีก ? ทุกคัมภีร์และเต๋าล้วนอยู่ภายใต้สวรรค์ทั้งสิ้น

หลี่ฉีเย่ ด้วยการมีสวรรค์เป็นของตัวเอง ล้วนอยู่เหนือกว่าจินคนาการของทุกคน สิ่งนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว

" เขาในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการเปิดสิบสองวงแหวน " หลานอวิ๋นจูพึมพำ นางรู้ว่าไม่ช้าหรือเร็ว เขาก็ต้องทำได้ แต่นางไม่คิดว่ามันจะมาเร็วเช่นนี้

" สวรรค์ของสิบสองวงแหวน ! " เต๋าเบ่ากุ้ยอ้าปากค้างหลังจากเห็นสิบสอวงแหวนบนหัวหลี่ฉีเย่ ในนาทีนี่ เขาและบรรพชนของนิกายทรงอำนาจล้วนหน้าซีดขาว ไม่มีใครจะหยุดยั้งการรุ่งเรืองของหลี่ฉีเย่ได้ แม้แต่ตี๋เชาหรือเทียนหุยหลี่ก็ไม่สามารถทำได้

" ได้เวลาจบเรื่องนี้แล้ว ! " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขานั้นไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะใดๆเพราะเขามีสวรรค์เป็นของตัวเอง เมื่อมันกระจายอำนาจออกไป ไม่มีอะไรหยุดเส้นทางของมันได้

" ม่ายย ! " ตี๋เชาตะโกนด้วยความตกตะลึง แต่เขากลายเป็นไร้อำนาจ

"ตูม ! " เขาถูกซัดกระเด็นออกไปพร้อมกับเลือดที่สาดกระจายไปทุกที่และใบหน้าซีดขาว เขตแดนไร้อำนาจของเขาถูกำราบโดยสวรรค์ของหลี่ฉีเย่อย่างสมบูรณ์ ทุกสิ่งล้วนกลายเป็นไร้ความหมายโดยไม่เอ่ยสิ่งใด ยังจะมีอะไรแข็งแกร่งและสูงส่งยิ่งกว่าสวรรค์อีก ?

การปราบปรามของชั้นฟ้าทำให้ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกและกระดูกสันหลังของพวกเขาเย็นเฉียบ ทุกคนล้วนอาบเหงื่อเมื่อดูฉากนี้

พวกเขารู้สึกว่าเขตแดนไร้อำนาจของตี๋เชานั้นท้าทายเป็นอย่างมาก ทุกคนจะต้องพบกับความตายแน่ๆเมื่ออยู่ในเขตแดนดังกล่าว

ทว่ามันก็กลายเป็นอ่อนแอและไร้ประโยชน์และถูกราบต่อหน้าหลี่ฉีเย่

ตี๋เชานั้นตกตะลึง เขารู้จักเต๋าของเขาดีที่สุด นี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาแทบจะคลั่ง เขาไม่ต้องการจะแพ้เช่นนี้ !

" ข้าสั่งให้เปิดออก ! " ตี๋เชานั้นตะโกนและตัดสินใจเสี่ยงชีวิตทั้งหมด

" แกร๊ก ! " ในเวลานี้ เสียงของประตูที่หนักปรากฏออกมาจากด้านหลังของตี๋เชา โดยใช้หยดเลือดชีวิตและย้อมประตุสีทองด้านหลังเป็นสีแดง

แสงสีทองนั้นสาดกระจายพร้อมกับประตูที่เปิดออกและมีเงาพุ่งออกมา เงานี้เป็นตัวตนอมตะและมองลงมายังสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เงานี้มีอำนาจทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าจักรพรรดิอมตะมาด้วยตัวเอง

เมื่อมันมาถึง กลิ่นอายอมตะได้โจมตีหลี่ฉีเย่ ดวงดารานั้นกลายเป็นมืดเมื่อเจอกับการโจมตีอมตะนี้

" แม้แต่เจ้าในอนาคตก็ยังไร้ประโยชน์ที่จะต่อต้าน ไม่ต้องเอ่ยถึงเจ้าในยามนี้ ! " หลี่ฉีเย่คำรามเสียงดัง เขานั้นไม่ได้แยแสต่อเงาตรงหน้า ในเวลานี้เจตจำนงของเขาคือเจตจำนงของสวรรค์ น้ำหนักมือของเขาไม่มีสิ่งใดสามารถทนทานได้

" ตูมม ! " เงาอมตะทันใดนั้นก็สลายไปหลังจากถูกซัดด้วยมือขนาดใหญ่ของหลี่ฉีเย่ การต่อต้านเจตจำนงของสวรรค์ แม้แต่ตี๋เชาในอนาคตก็ยังไม่มีประโยชน์ที่จะทำมัน

" ปังง ! " มือยักษ์ของหลี่ฉีเย่ซัดไปยังร่างของตี๋เชาและทำให้เขากระเด็นออกไป พร้อมกับฝนเลือดและเสียงกระดูกแตกเป็นเสี่ยงๆออกมา เขาไม่มีอำนาจที่จะสู้อีกต่อไป

หลี่ฉีเย่เคลื่อนไหวไปคว้าตัวเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะตกถึงพื้น ใบหน้าของตี๋เชานั้นกลายเป็นซีดขาวและไม่มีแรงจะต้านทานหลี่ฉีเย่ หลี่ฉีเย่บีบคอของเขาและเอ่ยถามช้าๆ " ตอนนี้เจ้ามีคำพูดสุดท้ายจะเอ่ยหรือไม่ ? "

จิตใจของเขากลับมามีสติ เขาปิดสายตาของเขาและกล่าวอย่างหมดแรง " จัดการซะ ข้าไม่มีอะไรจะเอ่ย " ในเวลานี้ เขาไม่ได้สั่นไหวและยืนอย่างสงบ

ตี๋เชาก็ยังคงเป็นตี๋เชา ความตายล้วนไม่มีอะไรสำหรับเขา

" เดี๋ยวก่อน ! " บรรพชนจากบัลลังก์หมื่นกระดูกดังออกมาจากภูเขาบรรพชน

" หืม ? พวกเจ้าต้องการจะให้วพวกเราเหล่าชายรามีส่วนร่วมด้วยรึไง ? " เสียงที่แหบพร่าดังออกมาจากโลงศพศักดิ์สิทธิ์

" เทพบรรพชนปราณฟ้า - นี้ไม่ได้เป็นความตั้งใจของข้า " บรรพชนจากบัลลังก์หมื่นกระดูกหัวและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง " สหายหลี่ ปล่อยศิษย์ของเราไปและพวกเรามีคุยเงื่อนไขกัน พวกเขาจะทำทุกอย่างที่เจ้าต้องการ "

บรรพชนคนนี้ต้องการจะช่วยชีวิตตี๋เชาเพราะมันไม่ง่ายที่จะฝึกฝนศิษย์เช่นนี้ ตี๋เชานั้นมีสถานะที่สูงในบัลลังก์ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นจักรพรรดิอมตะ เขาก็ยังต้องประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ความสามารถของเขาและเต๋าของเขามีค่าต่อบัลลังก์อย่างมาก เพราะเรื่องนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องช่วยชีวิตตี๋เชาให้ได้

" นี่น่าสนใจเล็กน้อย " หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆขณะมองตี๋เชา

แต่ในเวลานี้ตี๋เชาส่ายหัวก่อนจะเอ่ย " ไม่ ท่านบรรพชน ปล่อยข้าไป ข้าทำให้ท่านบรรพชนและบัลลังก์เสื่อมเสีย ข้าขออภัยกับความพ่ายแพ้ในวันนี้ด้วย "

ชายชราก้าวออกมาจากภูเขาบรรพชนด้วยกลิ่นอายที่สง่างามและเอ่ย " ไม่เป็นไรเด็กน้อย ชนะหรือแพ้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ใครบ้างไม่เคยแพ้ในการต่อสู้ ? ใครบ้างไม่เคยแพ้ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแห่งเวลา ? แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังต้องเผชิญสิ่งนี้ การประสบความสำเร็จของเจ้าในวันนี้ไม่น้อยกว่าจักรพรรดิอมตะในวันเยาว์ มันไม่เป็นอะไรหากพ่ายแพ้เพียงครีั้งเดียว ! "

" ไม่ท่านบรรพชน หัวใจของข้าตายแล้ว " ตี๋เชายิ้มขมขื่นและเอ่ย " นี้ไม่เกี่ยวกับการพ่ายแพ้ ข้ากลายเป็นไร้อำนาจจริงๆ ข้าจะมีชีวิตอยู่ในโลกไปทำไมหากไม่ได้เป็นจักรพรรดิอมตะ !? ท่านบรรพชน ข้าไม่มีข้อแก้ตัวและทำให้บัลลังก์กับท่านบรรพชนผิดหวัง มันจะดีกว่าหากปล่อยให้ข้าตายไปพร้อมกับศักดิ์ศรีของข้า ท่านบรรพชนโปรดฝังศพข้าไว้กับเจ้าหญิงฟินิกซ์ ก็เพียงพอแล้ว "

การแสดงออกของบรรพชนนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเข้าใจว่าศิษย์ของเขานั้นต้องการจะตายและไม่ใช่เพราะเพียงแพ้การต่อสู้ นั้นเป็นเพราะตี๋เชาไม่สามารถเอาชนะหลี่ฉีเย่ในยุคนี้ได้ สำหรับอัจฉริยะเช่นเขานี้เป็นความเจ็บปวดที่เลวร้ายยิ่งกว่าตาย !

ไม่ว่าเขาจะต้องการจะตายเพราะต้องการพบกับเจ้าหญิงฟินิกซ์บนชั้นฟ้าหรือเพราะไม่สามารถเอาชนะหลี่ฉีเย่ได้ มันยังดีกว่าการตายด้วยความทุกข์ทรมาน เขาเลือกทางออกที่ดีที่สุดเพราะไม่ต้องการทนต่อความอัปยศที่พ่ายแพ้หลี่ฉีเย่ได้

บรรพชนนั้นถอนหายใจก่อนจะคอยๆหลับตาลง เขารู้สึกศิษย์ของเขาดีที่สุดและไม่ได้พยามจะโน้มน้าวอีกต่อไป ในที่สุดบรรพชนก็เงียบและเดินกลับเข้าไปในภูเขา

ในเวลานี้ทุกคนกลายเป็นเงียบ แม้ว่าตี๋เชาจะพ่ายแพ้ แต่เขาก็พ่ายแพ้อย่างงดงามและน่าภูมิใจ ไม่มีใครรู้ว่านี้เป็นเรื่องน่าอาย ในความเป็นจริงพวกเขาคิดว่านี้เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง และไม่มีใครทำเช่นเดียวกับพวกเขาได้

พวกเขารู้สึกเคารพตี๋เชามากขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือมิตร เขาก้เป็นอัจฉริยะที่คุ้มค่าต่อการยกย่อง

ตี๋เชานั้นปิดตาอีกครั้งและกล่าวด้วยอารมณ์ " จัดการซะ ข้าไม่มีอะไรจะพูด น้อยจากว่าตัวเองนั้นอ่อนแอ "

หลี่ฉีเย่มองไปที่เขาและปล่อยคอของเขาก่อนจะเอ่ย " หากหัวใจของเจ้าตายแล้ว เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าตายอย่างสง่างาม จบชีวิตตัวเองซะ "

ตี๋เชายืนตรงและปิดตาของตัวเอง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะมองโลกเป็นครั้งสุดท้ายและปิดตา โดยไม่ลังเล ร่างกายของตี๋เชาค่อยๆสั่นพร้อมกับเลือดที่ออกมาจากมุมปลากและล้มลง

โลกกลายเป็นเงียบ ลูกรักของสวรรค์คนหนึ่งได้ฆ่าตัวตาย จุดจบเช่นนี้ทำให้คนอื่นเสียใจ

" ถึงเวลาจบเรื่องนี้รึยัง ? " หลี่ฉีเย่ยืนอยู่ข้างบ่อน้ำและมองไปยังคนอื่นอย่างไม่แยแส

ในเวลานี้ ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีใครในเผ่าพันธ์กล้าส่งเสียง ไม่มีผู้เยาว์จะต่อกรกับหลี่ฉีเย่ได้หลังจากตี๋เชาตาย ไม่แม้แต่เทียนหุยหลี่ มีเพียงบรรพชนเท่านั้นที่อาจจะมีโอกาส แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็ยังไม่สามารถฆ่าหลี่ฉีเย่ได้

สุดท้าย ด้วยเสียงตูม บัลลังก์หมื่นกระดูกได้นำศพของตี๋เชากลับไป พริบตานั้นภูเขาบรรพชนก้หายไปจากสายตาของทุกคน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

562

529

566