565
ตอนที่ 565 หอกแห่งจักรพรรดิ
" ตึงงง ! " ในเวลานี้ ตี๋เชานั้นถือหอกไว้ในมือกระแทกมันกับปฐพี หอกและบุรุษกลายเป็นหนึ่ง ตี๋เชาคือหอกและหอกคือเขา ทั้งสองนั้นผสานเข้ากันอย่างสมบูรณ์
ทุกช่องว่างและข้อบกพร่องทั้งหมดของเขาหายไปเมื่อถือหอกนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะเริ่มโจมตีเมื่อใด
หอกในมือของเขาไม่ได้เป็นอาวุธจักรพรรดิหรือสมบัติล้ำค่า นี้เป็นอาวุธพรสวรรค์ของเขา ชื่อของมันคือหอกแห่งจักรพรรดิ มันถูกกลั่นมาจากหินโชคชะตาเก้าตัวอักษรและผ่านการกลั่นมาเป็นเวลานานจนกลายเป็นหอกที่ยอดเยี่ยม
ในช่วงไม่กี่ปีมานี่ เมื่อชื่อเสียงของเขาได้พุ่งทะยานขึ้นได้ประกาศว่าแม้จะไม่ใช่คัมภีร์จักรพรรดิหรืออาวุธ เขาก็ยังสามารถพิชิตโลกนี้ได้
ตี๋เชานั้นไม่ได้โอ้อวด ทุกคนที่ได้เห็นหอกแห่งจักรพรรดิล้วนแต่ยกย่องมันโดยไม่มีข้อกังขาและกล่าวได้ว่าเป็นหอกที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก
บรรพชนที่ยังไม่เคยเห็นหอกของเขามาก่อนอดไม่ได้ที่จะกล่าวสรรเสริญ " สามารถสร้างหอกเต๋าเช่นนี้ได้...แม้ว่ามันจะไม่กลายเป็นเต๋าเจตจำนงแห่งสวรรค์ในอนาคต มันก็ยังเป็นหอกที่ไม่มีใครเทียบได้ ตี๋เชานั้นสมแล้วที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอัจฉริยะในยุคนี้ "
ตัวตนระดับบรรพชนสามารถเข้าใจความลึกซึ้งของเต๋าได้เพียงกวาดมอง พวกเขาสามารถบอกได้เลยว่าตี๋เชาน่าเกรงขามอย่างมากตอนที่ถือหอกไว้
ตี๋เชาชี้ปลายหอกไปยังหลี่ฉีเย่ แม้ว่าจะเป็นศัตรูที่ยืนต่อหน้าเขา หอกก็ยังชี้และล็อคไปยังเป้าหมายเช่นหลี่ฉีเย่ โลกนี้อาจจะกว้างใหญ่ แต่มันไม่มีสถานที่ให้หลี่ฉีเย่ซ่อนตัวในตอนนี้
หอกของตี๋เชานั้นดูเหมือนจะสามารถแทงทะลุโลกต่างๆได้เพียงการลงมือเพียงครั้งเดียว หอกนี้เป็นตัวแทนเจตจำนงของเขา - เพื่อบดขยี้และกวาดผ่านศัตรู
" นำอาวุธของเจ้าออกมา ! " ตี๋เชาพูดด้วยเสียงที่น่ากลัว
ในเวลานี้เขาไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งเดียวกับหอกเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์และปฐพี เขาได้ลืมความเกลียดชังและความอาฆาต แม้แต่ความตายของเจ้าหญิงฟินิกซ์
สิ่งเดียวที่อยู่ในสายตาของเขาในเวลานี้ก็คือ ศัตรูที่ทรงพลังอย่างหลี่ฉีเย่ ความคิดเดียวในหัวของเขาตอนนี้ก็คือการเอาชนะหลี่ฉีเย่ และกำจัดความคิดอื่นออกไปทั้งหมด
เขานั้นเป็นตัวตนพิเศษและได้รับความสำเร็จอย่างมากในวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริงเมื่อผู้คนเรียกเขาว่าลูกรักของสวรรค์หรือผู้มีสุดยอดพรสวรรค์ ความสำเร็จของเขาไม่ได้มีแต่ความยอดเยี่ยม แต่มั่นแสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและไม่มีใครทำได้
ตอนนี้เขาลืมทุกสิ่งแล้ว เขาถูกพลักดันเพียงเพื่อเอาชนะหลี่ฉีเย่ ด้วยหอกในมือทุกสิ่งทุกอย่างในโลกต้องสงบในมือเขา !
" ตูมม ! " เสียงดังกึกก้องของโซ่เหล็กที่ผนึกร่างของหลี่ฉีเย่ปรากฏ หลี่ฉีเย่เอื้อมมือออกไปคว้าจับโซ่เหล็กสองเส้นมาถือไว้ในมือ
นี้คือสิ่งที่กลั่นจากเปลวไฟของดวงอาทิตย์ มันใช้สุดยอดแก่นแท้สลักและกลั่นจนเกิดเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยอำนาจแห่งไฟ อำนาจแห่งไฟนี้สามารถละลายได้ทุกสิ่ง โซ่นี้สามารถเผาผลานสิ่งมีชีวิตได้ทั้งหมด และมันคือโซ่อยู่ในมือหลี่ฉีเย่
" นี้คืออาวุธของข้า " หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างสบายๆ ขณะที่เห็นตี๋เชาได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับหอก
ดวงตาของตี๋เชาจับจ้องอยู่บนโซ่เพลิงที่กลั่นจากดวงอาทิตย์บนมือหลี่ฉีเย่ เขาจากนั้นก็คำราม " กินนี้ซะ ! " จากนั้นหอกยาวของเขาก็แทงออกไป
การเคลื่อนไหวของหอกนี้เทียบได้กับการสั่นของแม่น้ำและภูเขา แรงผลักดันของเขาทำให้คนอื่นสะดุ้งและสรรเสริญ การโจมตีนี้เต็มไปด้วยอำนาจแห่งความกดขี่ และไม่สามารถใช้สามัญสำนักอธิบายความลึกซึ้่งของมันได้
หลี่ฉีเย่เปล่งเสียงคำราม และหมุนควงโซ่เพลิงในมือ เขาจากนั้นก็พุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อปะทะกับหองของตี๋เชา
" ตูมมม ! " โซ่เพลิงทั้งสองถูกหวดออกมาไปและผนึกการโจมตีของหอกแห่งจักรพรรดิ มันปิดกั้นหกเต๋ารวมถึงสวรรค์และปฐพี หลี่ฉีเย่สามารถหยุดการโจมตีจากหอกที่ยอดเยี่ยมของตี๋เชาได้
หลังจากที่ทำสำเร็จ โซ่เพลิงได้หดตัวลงก่อนจะเคลื่อนไหวราวกับงูพิษและกระแทกลงไปยังหน้าอกของตี๋เชา
ตี๋เชาตอบโต้ด้วยการกวัดแกว่งหอกของเขาที่ทำให้แม่น้ำและภูเขาต้องสั่นสะเทือน การเคลื่อนไหวหอกทำให้เขาสามารถขยับร่างกายได้อย่างง่ายดาย เพราะมันเป็นหนึ่งเดียวเขาจึงหลบโซ่ของหลี่ฉีเย่ได้อย่างสบายๆ
ในวินาทีต่อมา ทั้งสองก็กระโจนเข้าใส่กันและแลกเปลี่ยนกระบวนท่า สร้างเป็นฉากที่เต็มไปด้วยแสงระเบิดและสีสัน จากหน้าและหลัง บนและล่าง ทุกทิศทางพวกเขาโจมตีกันและกัน
ตี๋เชาใช้หอกของเขาราวกับเป็นผู้ปกครองโลก ด้วยมันที่อยู่ในมือเขา เขากวัดแกว่งมันราวกับเป็นผู้ไร้พ่าย และได้กระการยกย่องอย่างมากจากเหล่าบรรพชน
หลี่ฉีเย่นั้นตรงกันข้าม ด้วยการใช้อำนาจแห่งเพลิงเป็นอาวุธ บางครั้งพวกมันเปลี่ยนตัวเองเป็นหอก บางครั้งพวกมันเปลี่ยนตัวเองเป็นโซ่ และบางครั้งเปลี่ยนเป็นกระบี่และดาบ ไม่ว่าจะอย่างไรหอกของตี๋เชานั้นมีท่วงท่าจำนวนมากทำให้เขาสู้กับหลี่ฉีเย่โดยไม่เสียเปรียบ
แรงผลักดันของตี๋เชานั้นทรงพลังอย่างมากจนแม้แต่ดวงดาราก็ยังต้องสั่นไหวและหม่นแสง ความแม่นยำของเขาเป็นเลิศและทำให้ได้รับเสียงชื่นชม หอกเต๋าดังกล่าวแน่นอนว่าเป็นหอกที่พิเศษ ไม่ใช่แค่เฉพาะในโลกนี้
การต่อสู้นั้นยังดำเนินต่อไป จากฟากฟ้าลงไปยังมหาสมุทร จากนั้นก็กลับขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งสองนั้นต่อสู้กันอย่างไม่ลดละและแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันโดยไม่แยแสสิ่งใด
เทคนิคของตี๋เชานั้นจัดได้ว่ามีแบบแผน มีทั้งความยืดหยุ่นและพร้อมทั้งพลังป้องกันและจู่โจมที่น่าทึ่ง พวกเขาไม่สามารถอธิบายพวกมันออกมา เขาได้กลายเป็นเจ้าแห่งหอกไปแล้วจริงๆ
ในขณะที่อำนาจเพลิงในมือของหลี่ฉีเย่ได้ร่ายรำและกวาดแกว่งอย่างอิสระโดยไม่มีรูปแบบหรือแผนใดๆ มันเปลี่ยนไปได้อย่างอิสระตามใจของเขา การปรับเปลี่ยนที่สมบูรณ์ ทำให้ยากจะคาดเดาการเคลื่อนไหวของเขา
การโจมตีของเขามีช่องโหว่มากมาย ทักษะของหลี่ฉีเย่ไม่สามารถเทียบได้กับเต๋าของตี๋เชา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็สามารถหักล้างการโจมตีของตี๋เชาได้
หากเต๋าหอกของตี๋เชาคือความสมบูรณ์แบบ ที่ดูหรูหราและน่าสนใจ ทักษะของหลี่ฉีเย่ก็คือกาสร้างสรรตามธรรมชาติ แม้ว่าจะหยาบกระด้างแต่ก็งดงาม
การต่อสู้นี้ไม่ได้อาศัยสมบัติจักรพรรดิหรือสมบัติอื่นใด ทว่าการเคลื่อนไหวเต๋าของพวกเขาและทักษะต่างๆ ทำให้ผู้ชมต่างเห็นถึงความลี้ลับของเต๋าอย่างแท้จริง
ทั้งสองนั้นได้ใช่เต๋าของพวกเขาในการสร้างเส้นทางของพวกเขาเองโดยไม่เดินตามรอยเท้าใคร มีเพียงการต่อสู้เช่นนี้ในโลกที่จะแสดงความสามารถราวกับสัตว์ประหลาดและการรู้แจ้งในสิ่งต่างๆของพวกเขาได้
หนึ่งหอกและโซ่สองเส้นได้ร่ายรำและกวัดแกว่งใส่กันและกัน ผู้ชมทั้งหมดต่างจมอยู่ในการต่อสุ้นี้ แม้แต่บรรพชนก็ยังถูกดึงดูดด้วยฉากตรงหน้า
ขณะที่ผู้เยาว์ก็รู้สึกได้ว่าพวกเขาได้รับความเข้าใจใหม่ๆ แม้แต่บรรพชนรุนก่อนก็ยังได้รับประโยชน์จากการต่อสุ้ครั้งนี้ !
บรรพชนคนหนึ่งกล่าวด้วยอารมณ์ขณะมองดูการต่อสู้ที่มีสีสันตรงหน้า " ทั้งสองล้วนเป็นลูกรักของสวรรค์และอัจฉริยะแห่งยุคจริงๆ ใครก็ตามที่เกิดมาในยุคเดียวกับพวกเขาล้วนแต่โชคร้ายและน่าอนาถ ไม่ว่าพวกเขาจะยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ถูกทั้งสองคนนี้บดบังสิ้น "
อีกหนึ่งคนตายที่ดูการต่อสุ้นี้ต่างถอนหายใจด้วยความเศร้า พวกเขานั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน บางคนในพวกเขาดีใจที่ไม่ได้เกิดในยุคเดียวกับสองคนนี้ อีกคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " หากทั้งสองรอดจากการต่อสู้นี้ไป เช่นนั้นหนึ่งในพวกเขาจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ และหนึ่งจะกลายเป็นผู้อยู่บนจุดสูงสุดของบรรพชนเที่ยงธรรมแล้ว "
เหล่าผู้เยาว์ในยุคนี้ต่างปราศจากคำพูด ไม่ว่าพวกเขาจะยอดเยี่ยมแค่ไหนพวกเขาก็จะต้องถูกบดบังโดยทั้งสองแน่นอน พวกเขานั้นกลายเป็นคนไร้ค่าอย่างแท้จริงเมื่อเทียบกับหลี่ฉีเย่และตี๋เชา ไม่ว่าพวกเขาจะพยามขนาดไหนก้ไม่มีทางตามทัน พวกเขาเป็นเหมือนภูเขาขนาดยักษ์สองลูกของเหล่าผู้เยาว์ที่ไม่มีทางปีนขึ้นไปถึงยอด
แม้กระทั่งเทียนหุยหลี่คนที่เฝ้าดูการต่อสู้ของทั้งสองจากเส้นขอบฟ้าก็ยังเปลี่ยนการแสดงออกของเขา เขาจินตนาการถึงว่าหากเขามีโอกาสต่อสุ้กับทั้งสองคน เขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน ? เขาจะใช้วิธีใดในการเอาชนะศัตรู ?
ไม่มีการใช้สมบัติหรือทักษะอมตะที่ถูกทิ้่งไว้โดยคนรุ่นก่อน - นี้เป็นการต่อสู้ด้วยความสามารถอย่างแท้จริง
ทั้งสองนั้นต่อสู้กันมาเป็นเวลานาน ในระหว่างการต่อสู้พวกเขาล้วนเปลี่ยนแปลงและใช้ทักษะใหม่ๆ รูปแบบใหม่เหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง
ในที่สุดตี๋เชาก็สูญเสียความอดทนกับการต่อสู้ที่ยาวนานนี้และเปลี่ยนการใช้หอกของเขา มันกลายเป็นแรงกดดันและออกจากขอบเขตที่ธรรมดาไป แต่ละแรงพลักดันนั้นมีโลกของตัวเอง ในทันใดนั้นความรุนแรงของตี๋เชาก็พุ่งทะยานขึ้นและไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนก่อนหน้า
มันถูกย้อมไปด้วยข้อบกพร่อง แต่พลังของมันกับแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเหมือนกับมังกรที่ถูกปลดปล่อยออกจากโซ่ตรวน และสามารถทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า ! ด้วยการเปลี่ยนทักษะของเขา หอกแห่งจักรพรรดิก็ราวกับเป็นมังกรตื่นและมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง
เมื่อถึงตอนนี้ ทักษะหอกของตี๋เชามีอำนาจของจักรวาลและแรงพลักดันที่สามารถกำราบชั้นฟ้า ทว่าในช่วงของการป้องกันมันเหมือนกับมีความมืดที่แข็งแกร่งอยู่ บางครั้งมันเปลี่ยนเป็นหยินและหยาง ไฟและน้ำแข็ง สลับไปมาไร้สิ้นสุด...
" ตี๋เชาได้ใช้ทักษะสังหารของเขาแล้ว นี้คือทักษะการกลั่นเต๋าแห่งการฆ่าของเขา ! " คนนับไม่ถ้วนสั่นไหวจากฉากนี้ การโจมตีแต่ละครั้งทำให้หัวใจของพวกเขาถูกกระหน่ำ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น