560

ตอนที่ 560 ตี่เชารอเพื่อจะต่อสู้

หลานอวิ๋นจูมองไปยังการแสดงออกของเขาและพบว่ามันแปลกอย่างมาก เพราะว่านางได้ติดตามเขามาเป็นเวลานานและมีความเข้าใจที่ดี เมื่อเขาหรี่ดวงตาเช่นนี้มันเหมายถึงว่ามีเรื่องสำคัญหรือเป็นเพราะว่าเขาต้องการจะสังหารหมู่ผู้คน

ทว่านางรู้สึกว่ามันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้นในกรณีนี้ อารมณ์ของเขาดูเหมือนจะซับซ้อนอย่างมาก จากนั้นนางก็หยอกล้อเขาด้วยรอยยิ้มซุกซน " ท่านลุง อย่าบอกข้านะว่าท่านมีใครในใจอยู่แล้ว ? บอกข้ามาเร็วเขา สตรีแบบใดกันที่มีค่าพอจึงได้อยู่ในใจท่านเช่นนี้ ? "

หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " สาวน้อย ท่านลุงของเจ้าไม่เคยมีผู้หญิงอยู่ในใจ หากข้าชอบใครจริงๆ มันไม่สำคัญว่านางจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ข้าจะพานางกลับบ้าน นี้คือตัวตนที่แท้จริงของข้า ! "

" โอ้ว ? ดูเหมือนท่านจะเป็นพวกโรคจิตที่ไม่หวาดกลัวต่อโลกเลยจริงๆ " หลานอวิ๋นจูตอบด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนางก็มองที่เขาและเอ่ย " แล้วการแสดงออกเช่นนี้คืออะไร ? มันเป็นความรักหรือความปราถนา ? หรือการรำลึกถึงบางอย่าง ? "

นางนั้นเป็นคนที่เข้าใจหลี่ฉีและสามารถอ่านการแสดงออกของเขาได้มากกว่าคนอื่น ตอนนี้นางเป็นเพียงคนเดียวที่พูดแกล้งหยอกล้อเขาได้เช่นนี้

" ผิดทั้งหมด " หลี่ฉีเย่ลูบไปยังแก้มของนางก่อนจะเอ่ย " สาวน้อย เจ้ายังเด็กนักและมีหลายสิ่งที่เจ้ายังไม่เข้าใจ บางสิ่งบางอย่างในโลกนั้นต้องการให้เจ้าเลือก "

หลานอวิ๋นจูตอบด้วยความโกรธ " เจ้าพูดราวกับว่าแก่กว่าข้ามากนัก ข้าเพียงเรียกเจ้าว่าท่านลุงไม่กี่ครั้งนี้เจ้าคิดว่าตัวเองแก่กว่าข้าจริงๆ ? " หลานอวิ๋นจูกล่าวอย่างขุนเคือง " บางทีข้าอาจจะแก่กว่าเจ้าและเจ้าจะต้องเรียกข้าว่าพี่สาว ! "

หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะก่อนจะมองไปยังดวงดาวสีดำและเอ่ย " พวกเราจะออกจากทีนี่ตอนนี้ เป้าหมายของพวกเราได้สำเร็จแล้ว มันถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปเยี่ยมป่าช้าสวรรค์ " ทั้งสองขึ้นรถม้าและเคลื่อนตัวผ่านทะเลดวงดาวอย่างรวดเร็ว

" ซู่มม ! " เสียงคลื่นที่ดังกระหึ่มออกมา ดวงดารานั้นกระจายเป็นคลื่นออกไปเมื่อปรากฏปลาคาร์ฟขนาดใหญ่พุ่งออกมาและพยามจะติดตามรถม้า มันไม่ได้จะโจมตีพวกเขากลับกันมันมีความสุขที่วิ่งไล่ตามพวกเขา

หลานอวิ๋นจูเห็นสิ่งนั้นก่อนจะเอ่ย " มันกำลังทำอะไร ? "

หลี่ฉีเย่มองกลับไปยังปลาคาร์ฟก่อนจะเอ่ย " มันต้องการตามพวกเรากเพราะว่าโคมไฟที่มีเปลวไฟสีดำอยู่ "

" พวกเราจะนำมันกลับไปด้วย ? " หลานอวิ๋นจูกล่าวอย่างประหลาดใจ ปลาคาร์ฟตัวนี้แน่นอนว่าเป็นสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังไม่สามารถจับมันได้

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเอ่ย " มันจะไม่จากที่นี่ไปเหมือนกับโสมฟินิกซ์ห้าอมตะไม่ออกจากรังไม้ มันเพียงจะตามพวกเราไปชั่วครู่เท่านั้น "

*****

บ่อน้ำที่มีชีวิตชีวาเริ่มกลายเป็นเงียบมากยิ่งขึ้นหลังจากการมาถึงของตี๋เชา ผู้เชียวชาญจากนิกายทรงอำนาจอยู่ในความเงียบและไม่มีใครกล้าพูดเสียงดัง

ตี๋เชานั้นยืนอยู่หน้าบ่อน้ำราวกับเป็นรูปปั้นที่พร้อมจะปราบปรามโลก ช่วงเวลาที่เขายืนอยู่ไม่มีใครกล้าจะเข้ามากใกล้บ่อ

รูปแบบที่ยิ่งใหญ่ยังคงอยู่เหนือท้องฟ้า เซียนนับร้อยยังนั่งขัดสมาธิและปล่อยกลิ่นอายน่ากลัว ทำให้คนอื่นหายใจไม่ออกและสั่นสะท้าน

ตี๋เชากำลังรอการกลับมาของหลี่ฉีเย่ตลอดเวลา เขานั้นยืนนิ่งโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แม้แต่เส้นผมของเขาก็ยังนิ่งสงบไม่เคลื่อนไหว

กลิ่นอายของเขาเปรียบเหมือนกับภูเขายักษ์ที่ตั้งตระหง่าน รัศมีจักพรรรดิที่ทรงพลังนี้ราวกับเขามากจากอาณาจักรสวรรค์ นี้ถุกขับเน้นโดยประตูสีทองที่อยู่ด้านหลังของเขา บรรยากาศที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่นี้ มันเหมือนกับว่าเห็นจักรพรรดิอมตะมาด้วยตัวเองทันทีที่เปิดประตู นี้เป็นการแสดงออกที่กดขี่และสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนของเขา

ตี๋เชายังยืนอยู่กับที่โดยไม่แสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ แต่ลมหายใจของเขาเหมือนกับพร้อมจะฉีกทุกอย่างออกหากมีบางอย่างเข้ามาใกล้

" แม้ว่าตี๋เชาและเจ้าหญิงฟินิกซ์จะยังไม่ได้แต่งงานกัน ความรู้สึกของพวกเขาทั้งสองก็แข็งแกร่งอย่างมาก " ผู้นำนิกายคนที่ใกล้ชิดกับประเทศประกายศักดิ์สิทธิ์เอ่ย " ไม่ว่าจะอย่างไร ตี๋เชาจะไม่ปล่อยให้นางต้องตายอย่างสูญเปล่า "

หลายคนรู้ว่าก่อนที่นางจะตาย เจ้าหญิงฟินิกซ์ได้บอกแก่ผู้คนว่าให้เตือนตี๋เชาว่าอย่าได้ล้างแค้นให้นาง ตี๋เชาได้ยินคำกล่าวสุดท้ายของนาง แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ด้านหน้าบ่อน้ำและรอหลี่ฉีเย่ ความตั้งใจที่แน่วแน่ของเขาไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้ !

จากเรื่องนี้ มันสามารถกล่าวได้ว่าพวกเขานั้นมีความรักที่ลึกซึ้งแม้ว่ายังไม่ได้ผ่านพิธีการใดๆ

เขานั้นยืนอยู่ที่นี่วันแล้ววันเล่าโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เขาปล่อยมือจากการล่าสมบัติและฝึกฝนในหลุมฝังศพแห่งลางร้าย เพื่อรอตัดสินเป็นตายกับหลี่ฉีเย่

วันนี้ ภูเขาบรรพชนได้มาถึง ทุกนิกายทรงอำนาจต่างล่าถอยออกไป เมื่ออยู่ต่อหน้าภูเขาบรรพชนของบัลลังก์หมื่นกระดูก

พวกเขาปรากฏตัวอย่างเงียบๆ แต่ก็ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่และเคร่งขรึม ไม่มีใครรู้ว่ามีผู้เชียวชาญและบรรพชนจำนวนมากเท่าไหร่อยู่ในนั้น แต่เพียงภูเขาตัวมันเองก็เพียงพอแล้ว ภูเขาลึกลับลูกนี้เป็นตัวแทนของบัลลังก์ และนี้เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนระมัดระวัง

หลายวันผ่านไป ปลาน้ำและเต่าน้ำค่อยๆหายไป น้ำวนที่อยู่ตรงกลางบ่อดูเหมือนจะหายไปเมื่อไหร่ก็ได้

บางคนสูญเสียความอดทนโดยเฉพาะผู้ฝึกตนผีรุ่นเยาว์ พวกเขาต้องการจะเห็นตี๋เชาสั่งสอนหลี่ฉีเย่ หนึ่งในพวกเขาเอ่ยเสียงเย็นชา " หึ่ม ! บางทีเจ้าสารเลวหลี่ฉีเย่นั้นคงกลัวที่จะปรากฏหน้า จึงได้หดหัวอยู่ในกระดองของเขา "

ในช่วงครั้งล่าสุด พวกเขาได้ถูกปราบปรามโดยหลี่ฉีเย่ ดังนั้นพวกเขาไม่ต้องการอะไรมากนอกจากเห็นตี๋เชาสั่งสอนหลี่ฉีเย่

ในเวลาเดียวกัน ผู้ฝึกตนเผ่าพันธ์ผีจากยุคก่อน ต่างกังวลและไม่ได้รีบเหมือนกับผู้เยาว์ ขุนนางบางคนเอ่ยอย่างอิจฉา " ตั้งแต่หลี่ฉีเย่เขาไปในบ่อนั้นก็นานแล้ว บางทีเขาอาจจะได้รับสมบัติในตำนานเหมือนกับจักรพรรดิอมตะตี๋หยู่ "

" มันไม่สำคัญว่าเขาจะได้รับสุดยอดสมบัติแบบใดกันมา สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถหลีกหนีความตายได้ " ผู้นำนิกายอีกคนอิจฉาเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้และกล่าวอย่างเย็นชา " ไม่มีใครจะสามารถช่วยหลี่ฉีเย่ได้ ผู้อาวุโสและผู้นำนิกายของนิกายแม่น้ำถูกขังอยู่ในรูปแบบจักรพรรดิร้อยเซียน ดังนั้นยังจะมีอะไรช่วยเขาได้อีก ? "

หลายคนมองขึ้นไปยังยังรูปแบบด้านบนเพื่อเตือนใจ หัวใจของพวกเขายังรู้สึกหนาวเย็นเมื่อมองเห็นเซียนทั้งร้อยตน

นับตั้งแต่นิกายพันแม่น้ำถูกขังอยู่ภายใน พวกเขาก็ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ราวกับว่าทุกคนได้ตกตายอยู่ภายในแล้ว

เมื่อนึกถึงตอนนี้ ผู้ฝึกตนทุกเผ่าพันธ์กลายเป็นหวาดกลัว นี้คือนิกายพันแม่น้ำหวน เชื้อสายของจักรพรรดิอมตะที่เรืองอำนาจ กลุ่มของเต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเป็นผู้เชียวชาญที่มีชื่อเสียงในดินแดนเมฆเหิน ผู้อาวุสโของพวกเขาล้วนเป็นองค์รักษ์และราชันเทพสวรรค์ 

ตัวตนทรงอำนาจดังกล่าวกับถูกตี๋เชากำราบได้อย่างง่ายดาย นี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงพลังของเขา แต่ยังแสดงให้เห็นถึงอำนาจของบัลลังก์หมื่นกระดูก !

ผู้ฝึกตนผีบางคนสูดลมหายใจเข้าลึก คนหนึ่งถามอย่างไม่มั่นใจ " เขาจะสามารถฆ่าหลี่ฉีเย่ได้หรือไม่ ? "

ความกังวลนี้เป็นสิ่งที่มีเหตุผล เมื่อเร็วๆนี้ หลี่ฉีเย่ได้กดขี่ผู้คนมากเกินไป เขานั้นกวาดผ่านทุกสิ่งและไม่มีใครหยุดเข้าได้แม้แต่ครึ่งก้าว กระทั้งเทียนหุยหลี่ก้ยังพ่ายแพ้การเดิมพัน เขาจะรู้ว่าเทียนหุยหลี่นั้นไม่ได้ด้อยกว่าตี๋เชา

ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยกับศิษย์ของเขา " มันไม่สำคัญว่าหลี่ฉีเย่จะแข็งแกร่งขนาดไหน มันมีเพียงความตายรอยอู่หากเขากลับมา หากว่าเขาทุบตีตี๋เชา บัลลังก์หมื่นกระดูกแน่นอนว่าย่อมไปไม่ปล่อยเขาแน่ ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ตั้งแต่เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับตี๋เชา ด้วยบัลลังก์หมื่นกระดูก และเผ่าพันธ์ผีทั้งหมดในโลก เขาเพียงลำพังไม่สามารถหนีจากความตายได้ "

วันเวลาผ่านไป ตี๋เชานั้นยังคงยืนอยู่หน้าบ่อและกลิ่นอายของเขาไม่ได้ลดลงแต่กลับยิ่งเพิ่มมมากขึ้น มันรู้สึกราวกับว่าพายุที่สามารถฉีกขาดสวรรค์และปฐพี กำลังจะปะทุในไม่ช้า

ในที่สุด...ตูมมม !

หลี่ฉีเย่ออกมาจากกลางน้ำวนพร้อมกับหลานอวิ๋นจู

ดวงตาของตี๋เชานั้นส่องประกายราวกันเป็นหอกของจักรพรรดิเมื่อเห็นทั้งสองออกมา เจตนาฆ่าของเขากวาดผ่านทั้งบ่ออย่างรวดเร็ว

" ในที่สุดพวกเขาก็ออกมา ! " บรรพชนจากนิกายทรงอำนาจต่างตะโกนเมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองออกมา

ในหลังจากได้ยินสิ่งนี้ บรรยากาศได้กลายเป็นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง บรรดาผู้ฝึกตนจากเผ่าอื่นกลายเป็นตื่นตัว พวกเขาที่นั่งอยู่ต่างลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพียง..

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

562

529

566