559
ตอนที่ 559 สิ่งมีชีวิตลึกลับ
" ข้ายังคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไปที่หากใช้มันเผาเทพที่แท้จริง มันอาจจะกลายเป็นเหมือนการใช้มีดฆ่าไก่ "
" มันสามารถเผาเทพที่แท้จริงจนถึงตายได้ด้วย ? " หัวใจของหลานอวิ๋นจูสั่นสะท้านจากประโยคนี้ นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นางจะตื่นเต้น เทพที่เทพจริงนั้นเป็นดังตัวตนอมตะ เทพที่แท้จริงนั้นไม่เหมือนราชันเทพ ราชันเทพเป็นฉายาที่ผู้คนในโลกตั้งขึ้นมา แม้แต่ราชันเทพก็ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเทพที่แท้จริง
เทพที่แท้จริงนั้นเป็นตัวตนศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ตำนานกล่าวว่าพวกเขามีลักษณะและคุณสมบัติที่ยากประเมิน
ไม่มีใครเชื่อว่าโคมไฟนี้จะสามารถเผาไหม้เทพที่แท้จริงจนตายได้ หากจักรพรรดิอมตะได้ลงมือเต็มกำลังตัวเอง พวกเขาอาจจะสามารถฆ่าเทพที่แท้จริงลงได้ สำหรับผู้ฝึกตนคนอื่น เช่นผู้นำนิกายในตำนานก้ไม่สามารถฆ่าเทพที่แท้จริงได้ ไม่แม้ว่าพวกเขาจะใช้สมบัติจักรพรรดิระดับแท้จริงก็ตาม
แต่หลังจากคิดอีกครั้ง เมื่อคิดถึงแสงประกายของเปลวไฟสีดำ ความสงสัยของนาสงได้หายไป
" การใช้มันเผาเทพที่แท้จริงจนตายนั้นเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ โคมไฟนี้ไม่ได้ใช่เพียงจุดประกายไฟให้ลุกไหม้ อำนาจของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลลัพธ์กระทบง่ายๆเช่นนี้ " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
" เช่นนั้นมันเอาไว้ทำอะไร ? " หลานอวิ๋นจูเอ่ยถาม นางสงสัยตั้งแต่หลี่ฉีเย่ใช้ความพยามจำนวนมากในการได้โคมไฟนี้มา
หลี่ฉีเย่หรีดวงตาของเขาก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มลึกลับ " ข้าไม่หวังว่าจะใช้สิ่งนี้ที่โลกมนุษย์ "
" ในโลกอื่นเช่นนั้นรึ ? " หลานอวิ๋นจูถามอย่างระวัง นางพึงจะได้รับกุญแจสำคัญมา และรีบมองเขาก่อนจะเอ่ยถาม " มันยังมีสถานที่อื่นนอกจากโลกด้วยรึ ? นรก ? แม่น้ำแห่งความตาย ? หรือโลกที่สิบ ? " นางนั้นอดไม่ได้ที่ต้องการจะรู้คำตอบหลังจากได้ยินเรื่องในตำนาน คำตอบของเขาทำให้นางมีคำถามจำนวนมาก
มันมีตำนานหนึ่งที่สถิตอยู่ในเก้าโลก นั้นก็คือโลกที่สิ่งเต็มไปด้วยตำนานและสิ่งเหนือจินตนาการ !
ทว่านีัก็เป็นเพียงตำนานเท่านั้นและยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา ตัวอย่างเช่นนรกมีจริงหรือไม่ ก็ยังไม่มีใครรู้คำตอบ
หลี่ฉีเย่อมยิ้มก่อนจะเอ่ย " โลกที่สิบ ? นรก ? " เขาส่ายหัวก่อนจะเอ่ยต่อ " ข้าไม่รู้ว่าพวกมันมีจริงหรือไม่ สิ่งที่ข้าหมายถึงก้คือยังไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟนี้ อย่างน้อยก้ไม่ใช่ในโลกของผู้ฝึกตน ตัวอย่างเช่นสถานที่ต่างๆในชายแดนใต้ หรือ ดินแดนเมฆเหิน...สำหรับสิ่งที่เจ้ากำลังคิด...เจ้าเพียงคิดมากเกินไป "
หลานอวิ๋นจูนั้นโกรธขณะได้ยินคำตอบของหลี่ฉีเย่ นางรู้ว่าเขานั้นไม่ยอมบอกแม้ว่าเขาจะรู้อะไรบางอย่างก็ตาม !
นางไม่ได้สนใจเขาอีกก่อนจะมองไปยังดวงดาวสีดำขนาดใหญ่ ในเวลานี้มันไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟสีดำอีกต่อไป ทว่าเปลวไฟสีดำก็ยังปะทุออกมาบางครั้งราวกับควัน
หากปราศจากเปลวไฟสีดำที่ปกคลุมอยู่ ผู้คนสามารถจะมองเห็นรูปร่างของมันได้แล้ว
มันเป็นดวงดาวที่สร้างมาจากลาวาสีดำ มีหลายรอยแตกเกินขึ้นบนพื้นผิวตามทางที่ลาวาได้ไหลไป หลานอวิ๋นจูกวาดตามองไปยังดวงดาวทั้งหมดและพบว่ามีบางอย่างทีนั้น
" มีอะไรบางอย่างอยู่ทีนี่ ! " ขณะที่ลาวาสีดำกำลังไหลไปทั่วดวงดาว มันมีสิ่งหนึ่งปรากฏที่ปลายสุดของดวงดาว สิ่งนี้เหมือนกับรวมดวงดาวไว้ด้วยกัน
แม้ว่าจะใช้ความพยามอย่างมาก แต่ด้วยสายตาของนาง นางไม่สามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน มันเหมือนจะเป็นวัตถุที่คล้ายโลงศพหรืออะไรบางอย่างตั้งอยู่ที่นั้น สิ่งเดียวที่นางมั่นใจก็คือมีของบางอย่างอยู่
นางนั้นสังเกตเห็นการเคลื่อนไหว แม้ว่าจะเล็กน้อยแต่นางก็สังเกตเห็นมันได้อย่างแน่นอน ! หัวใจของนางสั่นเดียวความหนาวเย็นและเอ่ยถามหลี่ฉีเย่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว " ท่านเห็นนั้นไหม ? สิ่งนั้นกำลังเคลื่อนไหวอยู่ หรือมันมีชีวิต ? "
สิ่งมีชีวิตที่สามารถอาศัยอยู่ภายในดวงดาวสีดำที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟสีดำขนาดใหญ่ - นี้ช่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งนั้นหรือจะเป็นสิ่งที่ดวงดาวสร้างขึ้นมาหรือเป็นสิ่งที่กำราบดวงดาวนี้ไว้ ?
หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาขณะมองไปที่ดวงดาวสีดำด้วยสายตาที่จริงจัง
หลานอวิ๋นจูสังเกตได้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นไม่ต้องการเอ่ย ดังนั้นนางจึงรวบรวมพลังทั้งหมดมองไปยังดวงดาวสีดำ นางต้องการจะใช้คัมภีร์เจตจำนงแห่งสวรรค์เพิ่มอำนาจของเนตรสวรรค์และเห็นร่างที่แท้จริงของดวงดาว
หลี่ฉีเย่หยุดนางก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " สาวน้อย อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่เหนือจินตนาการของเจ้า ดังนั้นอย่าได้สนใจมัน ! "
นางยิ่งมั่นใจว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ มาถึงตอนนี้นางได้แอบหวาดกลัว บางที่ดวงดาวขนาดใหญ่ธรรมดา อาจจะเป็นที่หลบซ่อนของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง
" แล้วมันคืออะไร ? " นางเอ่ยถามอีกครั้ง
" นั้นไม่สำคัญ " หลี่ฉีเย่เอ่ย " สิ่งนี้มันเกิดความสามารถในปัจจุบันของเจ้า สักวันเมื่อเจ้ากลายเป็นจักรพรรดิอมตะ มันยังไม่สายเกินไปที่จะกลับมาทำความเข้าใจมัน "
" นี้ท่านกลัว ? " หลานอวิ๋นจูพยามจะหาข้อมูลเพิ่มเติม
" สาวน้อย มันเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ที่พยามจะกระตุ้นข้า เจ้าถามว่าข้ากลัว ? กล่าวตามตรงข้าไม่เคยกลัว แต่ว่า..."
" แต่อะไร ? " หลานอวิ๋นจูรีบเอ่ยถาม
หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาก่อนจะมองไปยังดวงดาวและเอ่ย " ในอนาคตเมื่อสวรรค์พังทลาย มันจะกลายเป็นมีชีวิตชีวาอย่างมาก ข้าสงสัยว่าหากข้าสามารถรอถึงวันนั้น มันจะเป็นสิ่งที่ช่วยข้าอย่างมากยามข้าต้องการครอบครองโลก ข้าจะใช้มันเหยียบย่ำสิ่งมีชีวิตโบราณ ทั้งเทพและปีศาจ "
หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆ แต่นี้เป็นคำกล่าวที่หยิ่งยโสที่สุดในประวัติศาสตร์ !
" ท่านลุง ท่านอย่าได้หลังตัวเองนัก ! " หลานอวิ๋นจูเอ่ยด้วยความโกรธ " อย่าได้พูดถึงการปราบปรามสวรรค์ทั้งหมด อย่าได้ลิมว่ามันยังมีอัจฉริยะคนอื่นอยู่ ข้าจะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของท่านในเส้นทางสู่การเป็นจักรพรรดิอมตะ ! "
หลี่ฉีเย่เพียงอมยิ้มกับความโกรธของนางและเอ่ยอย่างสบายๆ " สาวน้อย เจ้าไม่มีโอกาสหรอก ตราบที่ข้ายังอยู่ที่ มีเพียงผู้เดียวที่จะได้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะและปกครองโลก นั้นก็คือข้า ! "
นางจ้องหน้าเขาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง " ท่านลุง เมื่อข้ากลายเป็นจักรพรรดิอมตะ ข้าจะตัดหัวของท่าน ! " นางนั้นมั่นใจในการเป็นถึงจุดสูงสุดก่อนจะเอ่ย " อัจฉริยะเช่นข้ามีโอกาสสำหรับเจตจำนงแห่งสวรรค์ ! "
หลี่ฉีเย่ทำเพียงเอ่ยอย่างอ่อนโยน " แม้ว่าเจ้าจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะในสักวันหนึ่ง แต่ด้วยข้าที่อยู่ที่นี่ ข้าเกรงว่าเจ้าจะต้องถูกกำราบ ทว่าข้าสามารถให้ตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมได้ เจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้เป็นผู้ปกครองโลกหรือจักรพรรดินี แต่ข้าคิดว่าเจ้าสามารถเป็นชายา.."
" เพ้ยย ! " หลานอวิ๋นจูทั้งโกรธและเอ่ยในเวลาเดียวกัน นางกระทืบเท้าลงพื้นก่อนจะเอ่ย " อย่าได้มั่นใจมากนัก ใครเขจะเป็นชายาของท่านกัน ? ! ระวังไว้เถอะหากข้าได้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะในอนาคตข้าจะบดขยี้ท่าน ไม่ให้ท่านได้มีโอกาสลุกขึ้นอีกครั้ง ! "
หลี่ฉีเย่มองไปที่นางอย่างมีเลศนัยและเอ่ย " เจ้าไม่ต้องการตำแหน่งนี้ ? มันดีกว่าการเป็นสาวใช้ในห้องครัวอย่างมาก รีบๆตัดสินใจเร็วเข้า เวลานั้นมีจำกัดและตำแหน่งมีการแข่งขันสูงมาก บางที่หากเจ้าตัดสินใจได้ ตำแหน่งชายาของข้าอาจจะโดนขโมยไปแล้ว เจ้าเลือกตอนที่มีโอกาสจะดีกว่า..."
" ท่านลุงฝันให้น้อยลงเถอะ ! " หลานอวิ๋นจูมองเขา ทว่านางจากนั้นก็เผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ นางยืนหน้าอกของนางขึ้นและกล่าวอย่างมั่นใจ " ท่านลุงท่านอย่าลืมว่าพวกเรามีสัญญาหมั้นกันอยู่ แม้ว่าข้าจะกลายเป็นผู้หญิงของท่าน แต่ข้าก็จะกลายเป็นภรรยาคนแรก ! หากท่านต้องการจะนำหญิงสาวคนอื่นมา มันยังไม่สายเกินไปหากท่านขอข้าดีๆ "
" หากท่านมอบน้ำทิพย์หมื่นดาราให้ข้าสักแปดเก้าขวด เช่นนั้นข้าก็จะลองคิดเกี่ยวกับการที่ท่านมีหญิงสาวอีกแปดเก้าคน " หลังจากกล่าวเสร็จ นางก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาก่อนจะเอ่ย " สาวน้อย เจ้านั้นประเมินตัวเองสูงเกินไป ท่านลุงคนนี้ไม่ได้กล่าวเพื่อจะกีดกันเจ้า แม้ว่าพวกเราจะถอยหลังกลับไปอีกหมื่นก้าวและมีการแต่งงานกันเกิดขึ้นจริง เจ้าก็ยังไม่ใช่ภรรยาคนแรกของข้า ตอนนี้พวกเราจะแกล้งทำเป็นถอยหลังและแสร้งว่าเจ้าเป็นภรรยาคนแรก แต่เกี่ยวกับการจัดการของข้าเจ้าจะไม่มีสิทธิ์อะไร ข้านั้นเป็นผู้ปกครองสวรรค์และปฐพี ดังนั้นยังจะมีใครมีสิทธิ์ตัดสินใจนอกจากข้าอีก ? "
" ย่อมได้ ข้ารู้ว่าท่านเป็นพวกชอบโอ้อวดนัก " หลานอวิ๋นจูเอ่ย และถามอย่างอยากรู้อยากเห็น " ท่านลุง หากท่านแต่งงาน ภรรยาคนแรกของท่านจะต้องเป็นอย่างไร ? ตั้งแต่ท่านพูดว่าข้าไม่สามารถเป็นภรรยาคนแรกได้ แสดงว่าท่านมีคนในใจท่านอยู่แล้ว ? "
มันค่อนข้างน่าอับอายที่สตรีจะเอ่ยคำเหล่านี้ แต่หลานอวิ๋นจูนั้นต่างออกไปเพราะนางกล่าวล้อเล่นเหมือนหยอกล้อกับหสหาย
" ภรรยาคนแรก..." หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ทีจะเงียบ และมองไปยังสถานที่ห่างไกล....
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น