558
ตอนที่ 558 ดวงดาวสีดำ
ใครก็ตามที่ได้ยินคำประกาศกราวของตี๋เชาต่างก็รู้สึกหนาวเย็น มันไม่ได้เป็นคำพูดที่เอาไว้แสดง การแสดงออกของขาเพียงพอแล้วที่จะบอกความตั้งใจและมุ่งมั่นของเขา
" นี้คือตี๋เชา ! " นิกายทรงอำนาจและเผ่าพันธ์ล้วนถอยหลังด้วยความตกตะลึง ในเวลานี้ ไม่มีใครต้องการยั่วยุตี๋เชา ผู้ซึ่งมีอารมณ์ดั่งพายุ การล้อเล่นกับเขาอาจจะมีชะตากรรมถึงตาย !
ทว่าเผ่าพันธ์ผีล้วนแต่ตื่นเต้นอย่างมาก และร้องตะโกนเสียงดัง " ท่านตี๋เชา ! "
ผู้ฝึกตนผีคนกำหมัดของเขาแน่นก่อนจะเอ่ย " ท่านตี๋เชาจะต้องฆ่าเจ้าสารเลวอย่างหลี่ฉีเย่ได้แน่ ! "
เทียนหุยหลี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย แต่เขายังอยู่ห่างไกลออกไป เขายืนอยู่บนมหาสมุทรที่มีร้อยยิ้มลึกลับบนใบหน้า
ในเวลานี้ หลายคนเงยขึ้นไปมองรูปแบบบนท้องฟ้าและเห็นเซียนนับร้อยนั่งอยู่ พวกเขารู้สึกเกรงกลัวต่อการผสานกันของอาวุธและรูปแบบ จะมีสักกี่คนกันที่สามารถต่อกรกับรูปแบบที่น่าสยดสยองดังกล่าวได้ ?
*****
หลี่ฉีเย่และหลานอวิ๋นจูนั่งรถม้าไล่ตามปลาคาร์ฟยอดเพชรมา ไม่มีสัญญาณว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ในทะเลดวงดาราแห่งนี้ ขณะที่พวกเขายังคงไล่ล่าต่อไป
สุดท้ายพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ปลาคาร์ฟยอดเพชรกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้น มีแสงจากดวงดารายิงออกมาเป็นระยะทางที่ไกล ดวงดาราเหล่านี้มีสีเงิน และบางครั้งก้ได้ยินเสียงที่คล้ายกับโลหะที่เฉียบคมดังออกมา
รถม้านั้นหยุดลงขณะที่ทั้งสองมองไปยังฉากเบื้องหน้าของพวกเขา หลานอวิ๋นจูได้เห็นความมหัศจรรย์และปาฏิหาริย์จำนวนมากหลังจากติดตามหลี่ฉีเย่ ดังนั้นแทบจะไม่มีทำให้นางสั่นไหวได้ ทว่าฉากตรงหน้าที่ปรากฏต่อหน้าก็ยังทำให้นางสั่นสะท้าน
ด้านหน้าพวกเขาอาจจะเป็นดาวเคาระห์หรือดวงดาราที่หาตัวจับได้ยาก ดาวดวงนี้มีขนาดใหญ่และเป็นสีดำสนิทราวกับเป็นดาวปีศาจ นี้ไม่ใช่ส่วนที่น่ากลัวที่สุด มันยังมีเปลวไฟสีดำนับไม่ถ้วนกระจายออกมาจากตัวมัน เปลวไฟสีดำเหล่านี้สามารถกวาดผ่านทั้งเก้าชั้นฟ้าและโลกจำนวนมากได้ !
มันยากที่เห็นอย่างอื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าการร่ายรำของเปลวไฟสีดำไร้ที่สิ้นสุด
ดาวดวงนี้เต็มไปด้วยความมืดไร้ที่สิ้นสุด ถ้ามันไม่ได้ลอยอยู่ในทะเลของดวงดาราที่เต็มไปด้วยประกายสีเงินแล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีใครบอกได้ว่ามันเป็นดวงดาว
หลานอวิ๋นจูรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากหลังจากไปมองไปยังดาวสีดำที่แปลกประหลาดนี้ มันดูเหมือนเปลวไฟสีดำไร้ที่สิ้นสุดกำลังสร้างประตูของมัน
ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในดวงดาวนี้ และประตูนั้นจะเป็นเส้นทางไปสู่นรกหรือโลกปีศาจ นี้ล้วนแต่เป็นความคิดแรกของทุกคน แต่โลกปีศาจนั้นไม่ได้อยู่ในระนาบของทั้งเก้าโลก
หลังจากได้เห็นดวงดาวที่เต็มไปด้วยเปลวไฟสีดำไร้ที่สิ้นสุด ปลาคาร์ฟยอดเพชรเต็มไปด้วยความสุดและว่ายเข้าไป ทว่ามันทำได้เพียงว่ายเป็นวงกลมและดูเหมือนไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรปลาคาร์ฟก็ดูเหมือนจะมีความสุขที่เปลวไฟสีดำสัมผัสตัวมัน
" นี้มันคืออะไร ? นั้นคือสิ่งที่ท่านกำลังหาอยู่ ? " หลานอวิ๋นจูเอ่ยถามขณะมองดวงดาว
" พวกเราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปใกล้มันมากขึ้น " หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็สั่งให้รถม้าเข้าไปใกล้
" ปังง ! " ด้วยการระเบิดที่น่าสยดสยอง พายุในทะเลดวงดาราได้ปรากฏขึ้นเมื่อรถม้าพยามจะเข้าไปใกล้ ดวงดาวนี้ปรากฏมือสองข้างขนาดยักษ์ออกมาและกันไม่ให้คนเข้าใกล้มัน มันดุเหมือนพยามจะขว้างพวกเขาออกไป
ถ้าหากรถม้านี้ไม่ใช่สมบัติที่ท้าทายสวรรค์มันแน่นอนว่ายอมถูกแรงนี้พัดไปไกล ทว่ามันก็ยังคงถูกคุกคามด้วยเปลวไฟสีดำ
หลานอวิ๋นจูกลายเป็นงุนงงเมื่อนางถูกดันให้ถอยหลัง บางทีหากทั้งสองอ่อนแอกว่านี้ พวกเขาอาจจะปลิวออกจากทะเลดวงดาราไปแล้ว
" นี่เป็นสิ่งมีชีวิต ? " หลานอวิ๋นจูเอ่ยถาม
" บางที ไม่มีใครรู้คำตอบที่แน่นอน " หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบขณะจ้องมองดวงดาว
ความรู้ที่ไม่สงบเพิ่มขึ้นอย่างมากขณะที่นางยังคงจ้องมองดวงดาวสีดำ นางรู้สึกถึงสิ่งไม่ดีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น จากนั้นเอ่ยถาม " พวกเราไม่สามารถเอาดวงดาวที่ยิ่งใหญ่แบบนี้กลับไปได้หรอก ใช่หรือไม่ ? "
นี้แน่นอนว่าย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะว่าไม่มีสมบัติอะไรสามารถเก็บดวงดาวนี้ได้
" บางทีมันอาจจะมีทาง " หลี่ฉีเย่มองไปที่ดาวสีดำและพึมพำ
" ท่านต้องการจะเข้าไป ? " หลานอวิ๋นจูอุทานด้วยความตกตะลึง
นางนั่นสั่นสะท้านหลังจากจดจำได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่รังนกไม้ ทว่ารังไม้นั้นยังเปล่งประกาย แต่ดาวนี้มืดสนิท อีกแง่หนึ่งก็คือดูเหมือนมันจะอันตรายยิ่งกว่ารังไม้ อย่างน้อยก็ภายนอก
" อาจจะไม่ " หลี่ฉีเย่เอ่ยก่อนจะหยิบโคมไฟออกมา " พวกเราจะรู้หลังจากลอง ! " เขาจากนั้นก็ถือโคมไฟเข้าไปยังดาวที่มืดสนิท
หลานอวิ๋นจูคิดว่าเปลวไฟสีดำนี้จะทำให้โคมไฟมืดสนิท แต่ผลที่ออกมาอยู่นอกเหนือความคาดหมายของนาง
เปลวไฟสีดำทั้งหมดไม่สามารถหยุดโคมไฟได้ ส่วนที่แปลกประหลาดก็คือยิ่งโคมไฟเข้าใกล้เปลวไฟสีดำ ดวงดาวก็ได้คายเปลวไฟสีดำให้กับโคมไฟ ราวกับโคมไฟนี้เป็นสิ่งที่ต่อต้านและไฟสีดำไม่สามารถเผชิญหน้าได้
" ตูม ! " เสียงระเบิดดังออกมาในทะเลดวงดารา เปลวไฟสีดำเหมือนกับเป็นเหมือนกับคลื่นของทะเลดวงดาวที่ซัดออก - เป็นกองทัพสวรรค์ที่ออไปทำศึก
โคมไฟดวงเล็กนี้ๆได้กลื่นกินเปลวไฟสีดำจนหมดจด ขณะเดียวกันเปลวไฟสีดำก็ยังคงเพิ่มขึ้นเพื่อพยามจะดับโคมไฟ
ไม่ว่าจะเป็นเพราะโคมไฟนั้นสามารถดูดเปลวไฟสีดำได้หรือว่าเปลวไฟสีดำต้องเป็นแสงสว่างให้กับโคมไฟ ผลสรุปก็คือเปลวไฟสีดำต้องเข้าไปอยู่ในโคม
ทุกคนจะพบได้ว่ามันเป็นฉากที่น่าเหลือเชื่อ เปลวไฟสีดำนี้ปกคลุมไปทั่วดวงดาว แต่ต่อหน้าโคมไฟขนาดเล็ก เปลวไฟสีดำก็ทำเพียงเป็นเชื้อเพลิงและชุดโคมไฟนั้นให้สว่าง
หลานอวิ๋นจูรู้สึกว่าตัวเองนั้นโง่ลงเรื่อยๆ เพราะนางไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าโคมไฟนั้นเป็นสมบัติที่ท้าทายสวรรค์ขนาดไหน หากนางไม่รู้ว่าต้นกำเนิดของมันนั้นน่าอัศจรรย์ นางจะไม่มีทางเชื่อแม้ว่าฉากนี้เกิดขึ้นหน้านาง
ตอนนี้นางก็เข้าใจได้ว่าทำไม สมุนไพรอมตะอย่างต้นบรรพชนโสมและหญ้ามังกรไหมนั้นต้องการมากับหลี่ฉีเย่ โคมไฟนี้แน่นอนว่ามีอำนาจที่น่าเหลือเชื่อ
ไม่มีใครรู้ว่าเปลวไฟสีดำนั้นถูกโคทไฟนี้ดูดไปเป็นจำนวนมากเท่าไหร่ แต่โคมไฟนั้นก็ค่อยๆสว่างขึ้นพร้อมกับมีเสียงออกมา
เปลวไฟสีดำนี้อาจจะเผาไหม้สวรรค์และปฐพีได้ แต่ยามอยู่ต่อโคมไฟนี้มันเป็นได้เพียงเชื้อเพลิงที่หมดประกาย
โคมไฟทันใดนั้นก้บินกลับเข้ามาในมือของหลี่ฉีเย่ มันไม่มีการเปลี่ยนที่สังเกตเห็นได้จากภายนอก สิ่งเดียวที่เปลี่ยนก็คือมีเปลวจางๆอยู่ตรงกลางตะเกียงในโคม
มีเปลวไฟสีดำเล็กๆปล่อยแสงสีดำออกมา มันเล็กมากซะจนคนอาจจะคิดว่ามันสามารถหายไปได้ทุกเมื่อ
หลานอวิ๋นจูมองไปยังเปลวไฟดวงเล็กๆที่เกิดขึ้นภายในโคม นี้ผลลัพธ์หลังจากที่มันดูดกลืนเปลวไฟสีดำจำนวนมาก นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " นี้เป็นเปลวไฟอะไร ? "
" สมบัติที่ดี สมบัติที่ดี ความพยามทั้งหมดของข้าไม่สูญเปล่า " หลี่ฉีเย่ยกโคมไฟขึ้นมาและถอนหายใจเบาๆ
หลานอวิ๋นจูอดไม่ได้ที่จะมองหลี่ฉีเย่และเอ่ยถาม " โคมไฟนี้คืออะไร ? มันมีความสามารถอะไรกันแน่ ? " นางรู้สึกได้ว่าโคมไฟนี้มีความพิเศษอย่างมาก สัญชาตณาณของนางบอกว่าสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริงก็ยังไร้ค่ายามอยู่ต่อหน้าโคมไฟนี้
หลี่ฉีเย่มองนางก่อนจะเอ่ย " อืมม...สมบัติที่ท้าทายสวรรค์และไม่สมควรสิ้นเปลืองในการใช่มัน "
หลานอวิ๋นจูมองเขาก่อนจะเอ่ยถาม " การใช้จ่ายแบบใดถึงจะเรียกว่าสิ้นเปลือง ? " นางรู้สึกได้ว่าหลี่ฉีเย่ไม่เข้าใจถึงคำว่า ' สิ้นเปลือง ' หมายถึงอะไร เขาใช้น้ำทิพย์หมื่นดาราราวกับน้ำเปล่า ยังจะมีใครในโลกนี้สิ้นเปลืองมากกว่าเขาอีก ?
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น