557
ตอนที่ 557 รูปแบบจักรพรรดิร้อยเซียน
ขณะที่ทั้งกลุ่มกลายเป็นไร้ความหวังขณะมองไปยังฝูงปลาน้ำและเต่าภายในบ่อ ปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ได้ปรากฏ และพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำเข้าไปใกล้บ่อ
" นิกายพันแม่น้ำหวนก็มาที่นี่ด้วย ! " ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าใครกำลังมาเยือนหลังจากเห็นปลาคาร์ฟตัวใหญ่นี้
ภายในพริบตา สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังคนบนปลาคาร์ฟ การมาถึงของนิกายพันแม่น้ำหวนทำให้หลายคนไม่มีความสุข โดยเฉพาะเผ่าพันธ์ผี
" หึ่มม ! นิกายพันแม่น้ำหวนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพอหรือว่าเมื่อไหร่ควรหยุดรึไง ? หลังจากเอาสมบัติทั้งหมดภายในรังไปแล้ว พวกเจ้ายังจะกลับมาเอาสมบัติภายในบ่อน้ำนี้อีก ? " ผู้นำนิกายเผ่าพันธ์ผีแค่นเสียงเย็นชา
บรรพชนเล็บจันทร์เสี้ยวรีบปรากฏตัวออกมาเมื่อนิกายพันแม่น้ำมาถึง
" ตูม ! " บรรพชนคนนี้ทันใดนั้นก็มาปรากฏตัวต่อหน้าปลาคาร์ฟขนาดยักษ์
แม้ว่าบรรพชนคนนี้จะไม่ใช่บรรพอันดับดึงของดินแดนเล็บจันทร์เสี้ยว แต่เขาก็ยังทรงพลังอย่างมาก
" เด็กน้อยเบ่ากุ้ย บอกให้ศิษย์ของเจ้าคืนระฆังภาพภูเขาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มา ไม่เช่นนั้นพวกเราจะประกาศสงคราม ! " เสียงกระหึ่มนี้ดังไปทั่วชั้นฟ้า ศิษย์ของนิกายพันแม่น้ำจำนวนมากต่างเข่าอ่อนลง
ทว่าแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับบรรพชนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เต๋าเบ่ากุ้ยก็ไม่ได้กลัวและเต็มไปด้วยความมั่นใจ นิกายพันแม่น้ำที่มายังหลุมฝังศพแห่งลางร้ายไม่ใช่เพียง ผู้คุ้มกัน ผู้อาวุโส และผู้อาวุโสสูงสุด หากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีบรรพชนมา นิกายพันแม่น้ำก็มีมาเช่นกัน
ในฐานะนิกายที่แข็งแกร่ง ลูกหลานเชื้อสายจักพรรดิจะไม่มีบรรพชนสักหนึ่งหรือสองคนมากับพวกเขาเลยรึ ?
" ผู้อาวุโส ท่านกล่าวผิดแล้ว " เต๋าเบ่ากุ้ยส่ายหัวและเอ่ย " หนึ่งนายน้อยหลี่ของพวกเราไม่ใช่ศิษย์ แต่เป็นผู้พิทักษ์ของพวกเรา สอง ข้าได้ยินเรื่องของผู้พิทักษ์ที่นำระฆังของท่านไป หากเขาขโมยมันเช่นนั้นก็เขาจะนำกลับมาคืนท่านเอง แต่ในสงครามเป็นตายมันมีผู้ชนะและผู้แพ้ ผู้พิทักษ์ของพวกเราสู้กับศิษย์ของท่าน และผลของมันก็ออกมาแล้ว "
" หากท่านต้องการจะนำระฆังกลับไปให้ถามกับผู้พิทักษ์ของเราเอง สำหรับเรื่องที่เขาจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเขาแล้ว "เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ยต่อ " ผู้แพ้ทำได้เพียงตำหนิตัวเองที่อ่อนแอ ข้าเชื่อว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะเชื้อสายจักรพรรดิ สามารถเข้าใจความหมายนี้ได้ "
" เด็กน้อยเบ่ากุ้ย อย่าได้พยามจะเปลี่ยนประเด็น " บรรพชนเล็บจันทร์เสี้ยวเอ่ยอย่างเย็นชา " พวกเราสามารถปล่อยมันไปได้หากเป็นสมบัติอื่น แต่ไม่ใช่ระฆังภาพภูเขา ! ข้าไม่สนว่านิกายพันแม่น้ำนจะกล่าวอย่างไร แต่เจ้าต้องให้คำตอบที่แน่นอนกับพวกเราไม่เช่นนั้นก็รอสงครามได้เลย ! "
" ข้าไม่สามารถรับประกันอะไรกับเรื่องนี้ได้ " เต๋าเบ่ากุ้ยส่ายหัวอีกครั้งก่อนเอ่ย " ผู้อาวสุโสต้องการสงคราม ? หากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของท่านต้องการจะสู้ นิกายพันแม่น้ำของพวกเราก็ไม่เคยเกรงกลัวใคร ท่านเลือกสถานที่และเวลามาได้เลย ! "
เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเอ่ยด้วยความมั่นใจและไม่แยแสแต่ภัยคุกคามของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะนิกายพันแม่น้ำนั้นเป็นเชื้อสายจักพรรดิและไม่ได้อ่อนแอกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้จักรพรรดิอมตะฉินหลี่ยังเป็นจักรพรรดิอมตะคนสุดท้ายของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นอำนาจของนิกายพันแม่น้ำหวนจึงน่ากลัวอย่างมาก !
เหล่าขุมอำนาจอื่นทำได้เพียงสูดลมหายใจลึกขณะมองดูทั้งสองฝ่าย ทั้งสองนั้นเป็นเชื้อสายจักรพรรดิ สงครามระหว่างพวกเขานั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ พวกมันจะต้องเต็มไปด้วยแม่น้ำเลือด !
" ดีมาก ! " บรรพชนคนนั้นมองไปยังเต๋าเบ่ากุ้ยและประกาศอย่างเย็นชา " เช่นนั้นก็รอดูได้เลย ! " เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชาจากนั้นก็หายไป
แม้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะต้องการสู้กับนิกายพันแม่น้ำ แต่มันก็ยังไม่ถึงเวลา ปราศจากไพ่ลับพวกเขาอาจจะต้องพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์
" ตูม ! " คราวนี้บรรยากาศรอบชั้นฟ้านั้นสั่นสะท้าน ในชั่วพริบตาเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ได้อาบพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว
" ตูม ! " เท้าขนาดยักษ์กระแทกลงบนบ่อน้ำทำให้เกิดเสียงดัง เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ได้หายไปก่อนจะปรากฏกิเลนอยู่บนชั้นฟ้า
" หลี่ฉีเย่ ไสหัวออกมารับความตายของเจ้า ! " เสียงคำรามนีัดังกึกก้องไปทั่วเก้าชั้นฟ้า
บรรดาชะตาลี้ลับและตัดสวรรค์ที่อ่อนแอล้วนคุกเข่าลงกับพื้น เสียงคำรามนี้ทำให้หัวใจของพวกเขาสั่นสะท้าน คนที่อ่อนแอไม่สามารถรับมือกับความโกรธนี้ได้
เหล่าผู้เชียวชาญจากรุ่นเก่าอุทานหลังจากเห็นกิเลนเพลิงโลหิตและอุทาน " ตี๋เชา ! "
ตี๋เชานั้นมาถึงเหมือนกับเทพเจ้าแห่งความบ้าคลั่งที่ทำให้ชั้นฟ้าปั่นป่วน และเกิดพายุ
ท้องฟ้านั้นกลายเป็นมืดครึ่มขณะที่เปลวไฟห้อมล้อมตัวเขาไว้ แม้แต่สวรรค์และปฐพีก็ยังสั่นด้วยความโกรธของเขา
ในเวลานี้ หัวใจของหลายคนเต้นรัวขึ้น พร้อมกับความกลัวที่ขยายไปทั่วจิตใจ
ตี๋เชานั้นรีบออกมาจากป่าช้าสวรรค์ เขาไม่ได้ไปที่นั่นเพื่อสมบัติที่เพื่อฝึกฝน ทว่าการตายของเจ้าหญิงฟินิกซ์ทำให้เขารีบออกมา เขานั้นอยู่ในส่วนลึกของมันดังนั้นเขาจึงใช้เวลาอย่างมากกว่าจะออกมา
ทว่าเมื่อมาถึงเขากับไม่เห็นหลี่ฉีเย่ ตี๋เชาเอ่ยถามกับเต๋าเบ่ากุ้ยโดยตรง " เต๋าเบ่ากุ้ย มอบตัวหลี่ฉีเย่มา ! "
เต๋าเบ่ากุ้ยส่ายหัวก่อนจะเอ่ย " ขออภัยด้วย ผู้พิทักษ์ไม่ได้อยู่กับพวกเรา "
" ดี ! หากเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เช่นนั้นข้าจะทำลายพวกเจ้าทุกคนก่อน ! " ตี๋เชาพูดพร้อมกับความโกรธที่ระเบิดออกมา เขาจากนั้นก็ขว้างสิ่งของไปยังปลาคาร์ฟขนาดยักษ์
" ตูม !! " เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้น มันเหมือนกับว่ามีสุสานขนาดใหญ่เปิดออกและมีโครงกระดูกหลายร้อยตัวคลานขึ้นมา โครงกระดูกเหล่านี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าสยดสยองและปกคลุมด้วยความมืด ก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัว โครงกระดูกเหล่านี้ได้รวมตัวกันเป็นโครงกระดูกขนาดใหญ่
" ตูมม ! " เมื่อสุดยอดเต๋านั้นถูกขว้างลงมา ทั้งมันและปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ได้หายตัวไป
ในวินทีนี้ กลิ่นอายไร้ที่สิ้นสุดได้ปกคลุมชั้นฟ้า ในเวลานี้ทุกอย่างนั้นถูกขจัดออกไปและเหลือไว้เพียงผนึกที่ทรงพลัง
กลิ่นอายที่ยอดเยี่ยมนี้ได้ปิดกั้นพื้นที่มิติทั้งหมด พวกมันมียักษ์มากกว่าหนึ่งร้อยตัวนั่งสมาธิอยู่เหนือชั้นฟ้า แต่ละตัวของพวกมันสวมเกราะศักดิ์สิทธิ์และมีกลิ่นอายของจักรพรรดิอมตะ มันเหมือนกับว่าในอาณาจักรและสวรรค์ยักษ์นับร้อยเหล่นนี้เป็นผู้ปกครองสูงสุด
ไม่มีร่องรอยของนิกายพันแม่น้ำหวนอีกต่อไป ทั้งปลาคาร์ฟขนาดใหญ่และกลุ่มของเต๋าเบ่ากุ้ยได้หายไปทั้งหมด
กลิ่นอายที่เกิดขึ้นจากการก่อตัวของรูปแบบนี้และยักษ์นับร้อยนั้นน่ากลัวอย่างมาก แม้แต่คนจากรุ่นก่อนก็ยังเข่าอ่อนและสั่นสะท้าน
พวกเขามองขึ้นไปบนฟ้า องค์รักษ์เทพสวรรค์คนหนึ่งเอ่ยเสียงสั่น " นั้น....นั้นมันคืออะไรกัน ? "
บรรพชนจากนิกายทรงอำนาจเอ่ยขณะที่การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก " นั้นคือรูปแบบจักรพรรดิร้อยเซียน ! ข่าวลือว่ามันเป็นรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดของบัลลังก์หมื่นกระดูก มันเป็นการผสมกันระหว่างอาวุธจักรพรรดิและรูปแบบจักรพรรดิ "
" ตำนานกล่าวว่ารูปแบบนี้สร้างโดยจักรพรรดิอมตะว่านกู่ ? " หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลายคนรู้สึกหนาวเย็น แม้แต่เหล่าคนตายจากอำนาจที่ยิ่งใหญ่ก็ยังหวาดกลัว
นี้เป็นการใช้ทั้งอาวุธจักรพรรดิและรูปแบบจักรพรรดิ ตำนานกล่าวว่าหลังจากจักรพรรดิอมตะว่านกู่แบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ เขาค้นพบหนึ่งร้อยโครงกระดูกที่แข็งแกร่งที่สุดและได้กลั่นมันเป็นอาวุธจักรพรรดิ จากนั้นเขาก็ผสานมันเข้ากับรูปแบบที่ท้าทายสวรรค์
ตำนานยังกล่าวอีกว่า จักรพรรดิอมตะได้ทุ่มเทในการสร้างอาวุธจักรพรรดิชิ้นนี้อย่างมาก ต่อมาเขาได้ทิ้งมันไว้ให้นิกายและนี้เป็นอาวุธอันดับหนึ่งของบัลลังก์ ตั้งแต่สมัยโบราณบรรพชนเที่ยงธรรมจำนวนมากแอบเข้าไปในบัลลังก์และพวกเขาทั้งหมดตายภายในรูปแบบนี้
มีข่าวลือว่ารูปแบบนี้สามารถพลักดันให้บรรพชนเที่ยงธรรมไปสู่ความตายได้โดนที่เขาไม่สามารถหลบหนีจากอำนาจของโครงกระดุกนับร้อยได้ !
ตี๋เชานั้นได้รับอนุญาติให้นำไพ่ลับที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้มา ดังนั้นมันจึงเห็นได้ชัดว่าบัลลังก์ให้ค่ากับเขามากแค่ไหน
ตี๋เชาทันใดนั้นก็ได้ปลดปล่อยอำนาจของรูปแบบนี้เพื่อฆ่านิกายพันแม่น้ำ เขานั้นไม่แยแสในการประกาศสงครากับพวกเขา บางทีนิกายพันแม่น้ำอาจจะไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยด้วนซ้ำ
ลักษณะที่โดดเด่นและเด็ดขาดเช่นนี้ทำให้หลายคนหนาวสั่น !
" นิกายพันแม่น้ำจบสิ้นแล้ว " เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสามารถรอดจากรูปแบบนี้ได้ เหล่าเผ่าพันธ์ผีอุทานอย่างตื่นเต้น " ด้วยการปราบปรามของเซียนทั้งร้อยคน ผู้อาวุโสของนิกายพันแม่น้ำไม่มีทางหนีออกมาได้ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน "
หลังจากส่งเหล่าคนของนิกายพันแม่น้ำเข้าไปในรูปแบบแล้ว ตี๋เชาก้ไม่มีความกังวลใดๆอีกต่อไป เขายืนอยู่ด้านหน้าบ่อน้ำด้วยกลิ่นอายอันสูงส่ง เสียงของเขากระจายไปทั่วเขต " หลี่ฉีเย่ หากข้าไม่ฆ่าเจ้าด้วยมือตัวเอง ข้าจะเลิกการเป็นคนและไม่ออกจากสถานที่แห่งนี้ ! " ทำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความมั่นคงและเด็ดขาด คำกล่าวของเขาเหมือนกับหอกแหลมที่เจาะเข้าไปในใจของทุกคน !
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น