592

ตอนที่ 592 ชายไร้หัวอมตะ

ตัวตนระดับยอดนิรันดร์พร้อมกับสมบัติระดับแท้จริงนั้นกล่าวได้ว่าไร้ผู้ต้านทานอย่างมาก ทว่าหนึ่งการเคลื่อนไหวของชายไร้หัวทำให้ตัวตนระดับนั้นถึงกับเป็นไก่ตัวหนึ่ง อาวุธของเขาก็ยังหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องหนีการจับกุม !

ฝูงชนกลายเป็นโง่เขลาราบกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พวกเขาเฝ้าดูบรรพชนทรงอำนาจคนนี้ตกอยู่ในมือของชายไร้หัว

บรรพชนคนหนึ่งกระซิบ " หรือว่าเขาคือจักรพรรดิอมตะ ? "

มีเพียงจักรพรรดิอมตะเท่านั้นที่จะทำให้ตัวตนระดับยอดนิรันรด์กลายเป็นไร้ประโยชน์เช่นนี้ได้

ทว่าด้วยศีรษะของเขาที่หายไปไม่เหมือนกับจักรพรรดิอมตะอีกทั้งเขายังขาดกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และอมตะ ส่วนที่แปลกที่สุดก็คือคนคนนี้ไม่มีหัว

" วิ่งเร็ว พวกเรากำลังเห็นผี ! " บรรพชนผีตื่นตระหนกและหลุดจากอาการงุนงง สัญชาตณาณของเขาบอกว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังไม่ใช่เรื่องนี้ หลังจากกล่าวเสร็จเขาก็หันหลังและวิ่งไป

ผู้เชียวชาญผีอีกนับแสนยังคงงุนงง ผี ? พวกเขาล้วนเป็นเผ่าพันธ์ผีในสายตาของคนอื่น

ตอนนี้ มีคนกล่าวว่าเผ่าพันธ์ผีกำลังเผชิญหน้ากับผีราวกับนี้เป็นเรื่องตลกไร้สาระ แต่ไม่มีใครกล้าที่จะหัวเราะในตอนนี้

" วิ่ง ! " บรรพชนคนอื่นยังคงสงบและพยามบอกสมาชิกเผ่าพันธ์และศิษย์ของพวกเขา

ทุกคนนั้นหันหลังและวิ่งหนี 

ทว่าในเวลานี้ ชายไร้หัวสะบัดแขนเสื้อของเขาและทำให้เกิดแรงลมขึ้นมา ผู้เชียวชาญนับไม่ถ้วนถูกดูดเข้าไปในแขนเสื้อของเขา

บรรพชนกรีดร้อง " ม่ายย ! " พวกเขาใช้ทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาพร้อมด้วยอาวุธจักรพรรดิเพื่อพยามจะหนีจากสถานการณ์นี้ แต่มันก็ไร้ผล

ในช่วงเวลาสั้นๆ ผู้เชียวชาญผีจำนวนนับไม่ถ้วนถูกดูดเข้าไปภายใน รวมถึงบรรพชนจากเมืองบรรพชนด้วย

ผู้นำเมืองบรรพชนนั้นต้องการจะหนี แต่เขาไม่สามารถลมหนีการโดนดูดเข้าในแขนเสื้อของชายไร้หัวได้ เขาคำรามพร้อมกับหยิบอาวุธที่ดีที่สุดของเขาออกมาและผนึกอากาศแต่มันก็ไร้ผล สุดท้ายเขาโดดดูดเข้าไปด้วยความไม่เต็มใจ

" ไม่ ! " เสียงกรีดร้องยังคงกังวานอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้เชียวชาญผีนับแสนรวมถึงราชันเทพสวรรค์และบรรพชน ทั้งหมดเจอชะตากรรมเดียวกัน

ผู้คนที่เห็นฉากนี้พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจไปยังเสียงกรีดร้องของเหยื่อ แต่มองไปยังแขนเสื้อของชายไร้หัว

สำหรับผู้ฝึกตนที่อยู่ต่ำกว่าระดับเซียนบรรพกาลในเผ่าพันธ์ผี แม้ว่าชายไร้หัวจะไม่ได้สนใจพวกเขา พวกเขาก็ไม่มีกำลังจะลุกขึ้น พวกเขาไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะหลบหนีและอ่อนแอเนื่องจากความกลัว

ในช่วงเวลาสั้นๆ หนึ่งในสามของผู้เชียวชาญทั้งหมด รวมถึงระดับเซียนบรรพชนกาลและเหนือขึ้นไปล้วนหายไป

ในเวลานี้ ชายไร้หัวสะบัดแขนเสื้อของเขาอีกครั้งและผู้เชียวชาญผีทั้งหมดถูกโยนเข้าไปในหมอกของเกาะที่สูญหาย

" อ้ากกก ! " เสียงกรีดร้องที่น่าสงสารดังมาจากผู้คนที่เขาปะทะกับหมอกของเกาะ

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! " ทุกคนทันใดนั้นก็กลายเป็นฝนเลือด การสังหารนี้ทำให้ผู้คนโดยรอบกลายเป็นไร้สติ

ดอกไม้เลือดค่อยๆจางหายไปพร้อมกับหมอกที่ค่อยๆจางลงและแสดงให้เห็นถึงรูปร่างที่แท้จริงของเกาะที่สูญหาย

ผีที่เหลือล้วนแต่สั่นสะท้านไปทั่วหัวใจและเข่าอ่อนด้วยความกลัว พวกเขาไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับหายนะที่กำลังเขามาใกล้ แม้แต่บรรพชนก็ยังราวกับมดต่อหน้าชายไร้หัว เช่นนั้นพวกเขายังจะทำอะไรได้อีก ?

ชายไร้หัวนั้นไม่มีศีรษะ แต่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ของเขากังวานไปทั่ว " ใครที่ให้การช่วยเหลือศัตรู ไสหัวกลับไปยังรังของพวกเจ้า ! "

สิ่งที่โบราณและศักดิ์สิทธิ์ดังออกมาทั่วชั้นฟ้า เหล่าเทพและตัวตนอมตะได้ยินก็ยังต้องหวาดกลัวต่อเสียงนี้

ชายไร้หัวสะบัดแขนเสื้ออีกครั้งต่อหน้าผู้เชียวชาญผีที่หมอบกราบอยู่บนพื้น

" วูบบ ! " ผู้เชียวชาญผีนับแสนทันใดนั้นก็ถูกโยนออกจากหลุมฝังศพแห่งลางร้ายและลอยกลับไปยังนิกาของพวกเขาอย่างไม่รู้ตัว

บรรดาผู้ที่พบว่าตัวได้กลับมายังนิกายก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ เหล่าศิษย์และคนที่รอดพึมพำราวกับคนโรคจิต

" ผี ! ผี ! เขาเป็นผี ! " เสียงพึมพำราวกับคนโง่นี้ยังมีต่อไปอีกสามวันจนกว่าจะสงบ

ในขณะเดียวกันเมื่อผู้เชียวชาญผีจำนวนมากถูกกวาดออกไป มีเพียงกลุ่มของหลี่ฉีเย่และผู้เชียวชาญจากเผ่าอื่นที่ยังอยู่

สมาชิกของเผ่าพันธ์อื่นตกตะลึงและหวาดกลัวเช่นกัน ตัวตนระดับบรรพชนล้วนก้มหัวนิ่งและไม่กล้ามองไปยังชายไร้หัว

มีเพียงเฉพาะหลี่ฉีเย่ที่สงบตั้งแต่ต้นจนจบ เขารู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากชายไร้หัวปรากฏตัว

ชายไร้หัวดูเหมือนจะมองไปยังเกาะที่สูญหายแม้ว่าจะไม่มีหัวก้ตาม หลังจากนั้นเขาก็จ้องไปยังหลี่ฉีเย่ไม่นานก่อนจะหายไป

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง ! " หลังจากเขาหายไปแทนบูชาทั้งสี่ก็พังทลาย แน่นอนว่านี้เป็นฝีมือของเขาเช่นกัน

หลังจากแทนบูชาพังทลาย ทั้งผู้ฝึกตนและมนุษย์ที่อยู่ภายในกลายเป็นโง่งมและไม่สามารถสงบลงได้

ผู้เชียวชาญจากเผ่าพันธ์อื่นๆเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยหลังจากชายไร้หัวจากไป พวกเขานั้นสั่นทันทีเมื่อคิดถึงว่าอะไรได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และพวกเขาจะไม่มีวันลืม

หลังจากนั้นไม่นานเซียนฟานก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยถาม " ทำไมชายไร้หัวถึงไม่ออกมาช่วยพวกเราก่อนหน้านี้ ? " นางแน่นอนว่าไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่เห็นได้ชัดว่าถามหลี่ฉีเย่

" ช่วยพวกเรา ? " หลี่ฉีเย่อมยิ้มก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " เขามาช่วยเผ่าพันธ์ผี "

" ช่วยเผ่าพันธ์ผี ? " ผู้เชียวชาญจากเผ่าพันธ์อื่นล้วนไม่มีใครเชื่อ บรรพชนจากเผ่าหินยักษ์เอ่ย " เขาสังเวยเลือดผู้เชียวชาญผีมากกว่าแสนคน ! "

" ข้าจะทำเองหากเขาไม่ทำ " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสงบ " ข้าจะไม่ใช่เพียงเลือดพวกเขาในการทำให้หมอกหายไป แต่ข้าจะฆ่าพวกมันทั้งหมดด้วย ฮึ่ม เผ่าพันธ์ผีกล้าจะยื่นเล็บออกมาทำลายมนุษย์ ? ข้าไม่แยแสเลยหากจะฆ่าพวกมันทุกเชื้อสาย ! "

นี้เป็นคำกล่าวที่หยิ่งยโส และไม่มีใครไม่รู้ว่าหลี่ฉีเย่เป็นคนที่โหดเหี้ยมแค่ไหน แน่นอนว่าการต่อต้านเผ่าพันธ์ผีอาจจะเป็นการฆ่าตัวตายสำหรับคนอื่น

ทว่าผู้เชียวชาญและบรรพชนอื่นๆต่างยืนเงียบ แม้แต่คนที่มีความมั่นใจอย่างเซียนฟานก็ยังไม่เอ่ยแย้งคำประกาศของหลี่ฉีเย่

ใครยังจะมีอำนาจท้าทายสวรรค์มากกว่าหลี่ฉีเย่ที่มีสิบสามวงแหวน การมีสิบสองวงแหวนนั้นน่าประหลาดเพียงพอแล้ว แต่การมีสิบสามวงแหวนนั้นจะทำให้ผู้คนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง !

เมื่อมีสิบสามวงแหวนคำสรรเสริญเหล่านั้นไม่ได้พูดเกินจริง เขาเป็นครั้งแรกและคนเดียวตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแห่งเวลา ! หลี่ฉีเย่สมควรได้รับการยกย่องจากทุกยุคสมัย

เขายังเอ่ยต่อ " ในเมื่อเขาดำเนินการเพื่อจัดการเรื่องนี้แล้ว ข้าจะไม่ตามไปเอาเรื่องพวกมันอีก " เขาจ้องมองไปยังมองไปยังมนุษย์จากแทนบูชาด้วยสายตาที่จริงจัง

" ข้าสามารถให้อภับเผ่าพันธ์ผีได้ แต่ไม่ใช่อาณาจักรบรรพชน ! พวกเขาจะต้องพบเจอกับกายทำลายล้างในเมื่อพวกเขากล้าจะสังหารมนุษย์นับล้าน !      "

ผู้เชียวชาญที่เหลืออยู่อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและกัน พวกเขาไม่มีคำถามสำหรับความมุ่งมั่นและคำประกาศของหลี่ฉีเย่ก่อนหน้า ทว่าเขาตอนนี้ประกาศจะกวาดล้างอาณาจักรบรรพชน ? มันมีคนกล่าวว่าสถานที่แห่งนั้นมีตัวตนอมตะ แต่ดูเหมือนหลี่ฉีเย่จะไม่ได้สนใจอะไร ?

" ส่งพวกเขาทั้งหมดกลับไปยังดินแดนเมฆเหินและเตรียมที่ไว้ให้พวกเขา ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทั้งหมดสามารถจัดการได้ " หลี่ฉีเย่กล่าวก่อนมองไปยังบรรพชนจากเผ่าพันธ์หินยักษ์และคนอื่นๆ

ในเวลานี้ มีมนุษย์นับล้านเหลือรอดจากแทนบูชา แม้ว่าพวกเขาจะไม่ตายจากหายนะนี้ แต่ก็ไม่มีเวลามาฉลอง พวกเขาต้องใช้เวลาอย่างมากในการสงบเมื่อเผชิญกับหายนะที่ยิ่งใหญ่นี้

ความคิดเห็น